กษิราประสบอุบัติเหตุรถชนมาได้เกือบอาทิตย์นึงแล้ว
ยังคงตัวชา หายใจช้า เหม่อลอยไร้สติ
จิตใจไม่ค่อยอยู่กับเนื้อกับตัวเท่าไหร่ ยังไม่หายเสียที
เพื่อนๆบอกว่า ของอย่างนี้มันคงจะทำให้ผวาไปอีกซักระยะ
สำหรับเกศ .. คงจะอีกซักระยะใหญ่ๆเลยละนะ
ชนครั้งแรกก็ล่อซะ 18 ล้อ .. แถมบนมอเตอร์เวย์อีก
ยังคงแปลกใจอยู่ทุกวัน ว่าที่หายใจอยู่ตอนนี้มันฝันไปรึเปล่า
โชคช่วยเหลือเฟือจริงๆ
จงใจไม่อัพบล๊อก ในวันที่โดนชน
เพราะยังทำใจไม่ได้ ที่จะต้องนึกถึงช่วงเวลาตอนนั้นอีก
แต่เอาเข้าจริงแล้ว ภาพทั้งหมดกลับไม่เคยหายไปเลย
หลับตาทุกครั้ง นั่งนิ่งๆทุกครั้ง
ภาพตอนรถหมุน โดนชน รถเหวี่ยง เสียงล้อ เสียงเบรค
ทุกอย่างมันยังคงหลอกหลอนอยู่ตลอดเวลา
หลอนกันซะจนนอนไม่ได้
ต้องผวาสะดุ้งตื่นกลางดึกทุกคืน
เกศแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ด้วยการเปิดเพลงค้างไว้มาสามสี่คืนแล้ว
เหมือนจะดีขึ้น.. แต่ก็เปล่า
ยังคงปวดใจ และคิดถึงรถมาก
สงสารน้องซิตี้ที่รับเคราะห์แทนซะบุบรอบคัน
ทุกวันนี้เห็นซิตี้สีเดียวกันวิ่งบนถนนแล้วหัวใจมันจะเจ็บแปล๊บๆ
..
แล้วภาพตอนชนก็จะแว๊บเข้ามา
เป็นอย่างนี้ทุกวัน
ทรมานจังเลย
คำถามที่เกศเจอบ่อยมาก
คือ ไปชนอีท่าไหนเข้า
ตอบจริงๆนะคะ .. เกศไม่รู้
เกศไม่รู้จริงๆ และไม่สามารถลำดับเหตุการณ์อะไรได้
ตอบใครไม่ได้ตั้งแต่ตอนประกันมาถึงแล้ว
เกศจำได้แต่ว่า .. ด้านท้ายรถ โดนกระแทก .. จากไอ้ 18 ล้อสีแดงคันเมื่อกี้แน่ๆ
แล้วรถก็เสียหลัก หักขวา
แล้วก็หมุน
หมุน
หมุน
ชน
เสียหลัก
กระเด็น
หมุน
หมุนอีก
ชนอีก
กระเด็นอีก
ชนอีกแล้ว
หมุนอีกแล้ว
เป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ จนมันตั้งลำตรงได้ยังไงก็ไม่รู้
แล้วเกศก็ช็อค
เบี่ยงเข้าซ้าย แล้วจอดนิ่งๆ
มือสั่น ตัวเย็น และควานหาโทรศัพท์
ตัวเลขแรกที่กด .. คือเลข 9 .. ซึ่งเป็นเบอร์ด่วนสำหรับโทรหาพ่อ
พ่อรับสาย
เกศบอกพ่อว่า .. พ่อ หนูรถชน
แล้วจากนั้นทุกๆคน จากรถคันอื่นๆก็วิ่งเข้ามา
คู่กรณีเกศมีเยอะมาก
เยอะ .. มาก
ไม่รู้ใครรุมชนเกศบ้าง เพราะเกศหมุนกวาดไปทั่วๆ ครบทุกเลน
.. เลนละสองรอบ
รถหลายคันเทียบเข้ามาจอด และคนหลายคนวิ่งเข้ามาดู
ว่าเกศยังมีชีวิตอยู่มั้ย
ขณะนั้นเกศกำลังถือสายพ่อ .. เสียงรอบข้างวุ่นวาย
ตะโกนถามว่าเกศเป็นอะไรหรือเปล่า
เกศลดกระจก และบอกทุกคน พร้อมๆกับบอกพ่อไปด้วยว่า เกศไม่เป็นอะไร
ยังไม่ตาย
แต่ตกใจ ตกใจจริงๆ
พ่อบอกให้เกศใจเย็น และโทรเรียกประกัน
เกศกดโทรศัพท์หาประกัน และเดินออกจากนอกรถ
มองไปยังรถคู่กรณีที่เริ่มเข้ามาจอดเรียงกันเป็นตับ
ไม่กล้า.. ไม่กล้ามองรถตัวเอง
รถเกศ ทำประกันชั้น 1 กับไทยพาณิชย์
พักเดียว เจ้าหน้าที่ก็โทรมาถามทางตรงจุดที่เกิดอุบัติเหตุ
แน่นอนว่าเกศพูดจาไม่รู้เรื่อง
เกศยื่นโทรศัพท์ให้พี่คู่กรณีช่วยบอกทางกับประกันให้ แล้วตัวเองก็เดินดูสภาพรถ
อยากจะร้องไห้
นี่เกศรอดตายมาได้ยังไงก็ไม่รู้
เป็นคำถามที่เกศสงสัยอยู่ในใจ และคู่กรณีทุกคนก็คงสงสัยเหมือนกัน
รถหลายต่อหลายคันเริ่มเข้ามาจอด และคุยด้วย
บางคันที่ไม่เป็นอะไรร้ายแรง ก็เข้ามาให้กำลังใจ แล้วขับจากไป
จนสุดท้าย ก็เหลือแค่เกศกับรถ 18 ล้อ และคู่กรณีที่ไฟหน้าแตกกระจายอีกหนึ่งคัน
..
เรายืนคุยกัน
เกศบอกว่าเกศจำอะไรไม่ได้ เพราะเกศตกใจมาก
พี่คู่กรณีบอกว่า ก็ควรจะตกใจหรอก หมุนเสียขนาดนั้น
ถ้าไม่เห็นกับตาตัวเอง จะคิดว่าดูหนังอยู่
เมื่อกี้ก็คิดว่าเค้าถ่ายหนังอยู่จริงๆนะ
เกศได้แต่พยักหน้ารับ และอับจนคำพูด
ความรู้สึกเหมือนเล่นรถบัมพ์ในแดนเนรมิตสมัยเด็กๆมันแว่บเข้ามา
เพียงแต่ว่าคราวนี้มันเป็นบนมอเตอร์เวย์
ชนจริง เจ็บจริง
และเกือบจะตายเอาจริงๆ
พูดอะไรไม่ออกเลย
พอเริ่มตั้งสติได้ เกศก็โทรหาแบงค์
เพื่อนที่มหาลัย
เกศเพิ่งออกจากมหาลัย มุ่งหน้ากลับบ้าน โดยที่เพื่อนๆยังคงทำงานอยู่
เพราะฉะนั้นถ้าเกศไม่ถึงบ้าน ก็ควรจะบอกเพื่อนซักคนให้รับรู้บ้าง
อีก 15 นาทีต่อมา แบงค์ก็ขับรถตามมาถึงที่เกิดเหตุ
หน้าตาแบงค์ดูตกใจ และวิ่งเข้ามาปลอบเกศก่อนอย่างอื่น
แล้วค่อยเดินบ่นไปตามสภาพรอบตัวรถ
เกศปล่อยแบงค์เดินสำรวจบ้าง โทรศัพท์บ้าง
ส่วนตัวเองก็ได้แต่นั่งช็อคอยู่กับที่
จนเพิ่งจะได้สังเกตว่า รถชนจนแอร์เสียด้วย
อากาศในรถร้อนมาก .. ข้างนอกก็แดดแรงมาก
ประกันมาถึงแล้วเกศก็ยังทำอะไรไม่ถูก
แบงค์เป็นคนจัดการคุย เดินเรื่องให้ทุกอย่าง
จนกระทั่งพ่อมาถึง
ทันทีที่เห็นหน้าพ่อ เกศเดินพุ่งไปกอดพ่อแน่นๆ
น้ำตาปริ่มๆจะไหล
แต่สุดท้ายก็มีแค่เหงื่อเท่านั้น
พ่อรับช่วงคุยกับประกันต่อให้ ส่วนแม่ก็ไปคุยกับคู่กรณีบ้าง ปลอบลูกบ้าง
เกศยิ้มแย้มเฮฮา เหมือนว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น
พอเห็นหน้าพ่อกับแม่ ทุกอย่างเมื่อกี้ก็เหมือนแค่ฝันไป
เคลียร์เรื่องจบ พ่อก็บอกว่า เอารถไปเข้าศูนย์กันเลยดีกว่า
แม่อาสาจะนั่งไปเป็นเพื่อนเกศด้วย
ถึงเกศจะยืนยันว่าเกศขับคนเดียวได้ และแอร์ในรถมันเสีย
แม่ก็ยังเปิดประตูมานั่งคู่ด้วย
แบงค์ลาพ่อกับแม่ และแยกตัวกลับบ้านไป
ส่วนเกศก็ขับไปแบบร้อนๆ จนถึงศูนย์ฮอนด้า เพื่อส่งซ่อมรถ
…
รถที่วันนี้ทางศูนย์โทรมาบอกแล้วว่า ยอดค่าซ่อมทะลุไปร่วมแสน
และยังไม่รู้กำหนดว่าจะได้รับรถคืนวันไหน
พ่อหันมาบอกเกศเมื่อตอนเย็น พร้อมกับยิ้มและลูบหัวเกศเหมือนเดิม
ลูบหัวเหมือนกับวันที่เกิดเหตุ
พ่อแซวว่า ชนครั้งแรกก็ล่อซะร่วมแสนเลยนะลูก แล้วก็หัวเราะคิกคัก
เกศไม่ตอบ ได้แต่กอดพ่อแน่นๆ
กอดไม่รู้กี่ครั้งแล้วในอาทิตย์นี้
ทั้งๆที่คิดว่า พ่อคงจะดุแน่ๆ ที่ทำให้เกิดเรื่อง
แต่ ตั้งแต่รถชน พ่อยังไม่พูดอะไรที่เป็นการดุว่า หรือทำร้ายจิตใจเกศเลยสักครั้ง
ได้แต่กอดปลอบ ลูบหัว เรียกขวัญให้กลับมาอยู่อย่างนั้น
ทุกวัน
เกศยังไม่รู้ว่า เกศจะได้รับรถคืนเมื่อไหร่
เกศไม่รู้ว่า เกศจะทำใจขับรถอีกครั้งได้มั้ย
เกศรู้แต่ว่า เกศกลัว
และอุบัติเหตุครั้งนี้มันก็น่ากลัวมาก มากชนิดที่เกศผวาก็คงจะถูกแล้ว
แต่เกศได้รับรู้ว่า รอบๆตัวเกศ มีแต่คนที่รักเกศจริงๆนะ
ถึงจะเศร้า แต่ก็อุ่นใจ
ขอบคุณแบงค์มากๆ ที่อุตส่าห์มาอยู่ด้วยทันทีที่เกิดเรื่อง
แถมยังมารับมาส่งที่บ้านกับมหาลัย ระหว่างที่เกศไม่มีรถใช้อีก
ขอบคุณนาวิน ที่ปลอบใจเกศทุกวัน
ขอบคุณเพื่อนๆทุกคนที่ฟอนต์ ที่คอยถามไถ่ทุกครั้งที่เจอเกศออนไลน์
..
และขอบคุณพ่อกับแม่ .. น้องกัญจน์ด้วย
ที่อยู่กับเกศ เป็นห่วงเกศด้วยสายตาเงียบๆ และคอยดูแลเกศเงียบๆเสมอ
เกศก็ดีแต่จะทำให้พ่อกับแม่เป็นห่วงอยู่เรื่อย แต่พ่อกับแม่ก็ไม่เคยดุอะไรเกศเลยสักคำ
รักพ่อกับแม่มากนะคะ
ขอบคุณสวรรค์ที่ยังให้เกศมีชีวิตอยู่
ขอให้เกศได้มีชีวิตอยู่กอดพ่อกับแม่ไปอีกนานๆ