Design Thailand : ออกแบบสังคม กับฟ0นต์.คอม

เกศไม่ดูข่าวทีวีมาอาทิตย์นึงแล้ว

บ้านนี้ เมืองนี้
ดูกี่ที่ก็ไม่เหมือนประเทศไทยที่เกศเคยรู้จัก

หดหู่ เศร้า เครียด อึดอัด
และทำอะไรไม่ได้

ไม่อยากมองออกไปนอกหน้าต่าง เพื่อที่จะเห็นคนเกลียดชังกัน
ใส่ร้ายกัน ฆ่าฟันกันเอง
เพียงเพราะคิดเห็นไม่ตรงกัน

เห้ย มันเป็นบรรยากาศที่โคตรเศร้าเลยนะ

แล้วคนตัวเล็กๆอย่างเรา

จะทำอะไรกับเหตุการณ์บ้านเมืองแบบนี้ได้มั่งล่ะ

ด้วยความรู้สึกอันคุกรุ่นนี้ โครงการออกแบบสังคม ก็เลยถือกำเนิดขึ้น
นำโดยบักเก้อ สาวกฟ0นต์ระดับแกรนด์
และตามด้วยเหล่าสาวกชาวฟ0นต์จำนวนมากมาย ที่อยากจะทำอะไรเล็กๆเพื่อสังคมบ้าง

โครงการที่ว่านี้ พูดง่ายๆ ก็คือการแสดงออกถึงเจตนารมย์ของรุ่นอย่างเราๆ
(แหน่ะ อนุมานว่าตัวเองก็เป็นวัยรุ่น)
ให้ออกมาในรูปแบบที่เป็นแบบ เราๆ นี่แหละ

บ๊ะ เอาเป็นว่ากดเข้าไปอ่านวาทะของบักเก้อ ผู้ริเริ่มโครงการกันโดยตรงเลยดีกว่า
DesignThailand@f0nt.com

หรือใครสนใจจะเข้าไปเยี่ยมชมหน้าบ้านของโครงการ ก็เชิญเข้าไปได้ที่นี่
หน้าบ้าน

และสำหรับคนที่เล่น twitter
ก็กด follow @designthailand กันได้เลย

โครงการนี้เริ่มต้นเมื่อวันที่ 23 เมษา

(ซึ่งก็คือเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมานี่เองนะ!)

มาถึงตอนนี้ก็ผ่านไปแค่วันกว่าๆ
แต่ได้รับเสียงตอบรับและผู้สนใจเข้าร่วมแบบล้นหลามรวดเร็วมาก
เป็นบรรยากาศอุ่นๆ ฟุ้งๆ ยิ้มทั้งน้ำตา น่าชื่นใจ

เป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นว่า ยังมีคนไทยอีกหลายคน ที่อยากเห็นความสงบเกิดขึ้นเนอะ

เกศเองก็ร่วมกับเขาด้วยเหมือนกัน

DesignThailand : Once upon a time #2 by @Katezilaaa

ยังมีอีกเยอะนะคะ

กดเข้าไปดูผลงานที่เข้าร่วมแบบเต็มๆกันได้ ที่นี่

ใครที่สนใจอยากเข้าร่วมโครงการ ก็ส่งผลงานมาเข้าร่วมกันได้เยอะๆเลยนะ
ยิ่งเยอะยิ่งดี ไม่มีจำกัดเวลาในการส่งค่ะ

มาร่วมเป็นคนตัวเล็กๆ ที่ทำอะไรให้กับสังคมไทยกันบ้างเถอะเนอะ ^^

ม้วนผมกันไหม

เกศเป็นคนชอบม้วนผม

ทั้งม้วน ทั้งดัด ทั้งถัก ทั้งหนีบ
คืออะไรก็ได้ ที่ทำให้ผมมันเป็นลอนๆได้บ้าง

ผมเกศนั้นตรงแบบฟ้าประทานเลย

ใครๆเค้าก็ชอบ อิจฉา อยากได้บ้าง
แต่เกศไม่ชอบ

เพราะฉะนั้นเกศก็เลยดัด ม้วน หนีบ ฯลฯ ให้มันหยิกอยู่เสมอ
จนผมมันเสีย ก็ต้องตัด รอไว้จนยาว แล้วก็ดัดใหม่
เว็บวัฏจักรนรกแบบนี้เรื่อยไป

แต่เมื่อ.. เกือบปีที่ผ่านมานี้

เกศเลิกประสาทเสียกับการม้วนผมจนแห้งกรอบไปแล้ว

เมื่อฟ้าประทานสิ่งนี้มาให้
…..

มันคือ
…..

ฟองน้ำม้วนผม ไดโซะ 60 บาท !!

curl01

ชะแวงงง

(โปรดอย่าสนใจฉากหลังของภาพ)

ฉันเกิดมาเพื่อสิ่งนี้

ใช้มานานเป็นปีแล้ว แฮปปี้ และมีความสุขมาก

อิฉันไม่ต้องกังวลกับผมดัดจนเสียอีกต่อไป
โอ้ว จอร์จคะ !!

..

ไหนๆ ก็ใช้มาตั้งนานแล้ว ม้วนบ้างไม่ม้วนบ้างแล้วแต่อารมณ์

วันนี้เกิดคึก ก็เลยทำมินิรีวิวขึ้นมา
เผื่อสาวๆคนไหนอยากลองม้วนตาม

เอาล่ะ

curl-reviewS

ออกมาแล้วก็จะเป็นเช่นนี้

curl1

ปริ๊งงง

จบข่าว

ขอให้มีความสุขกับการม้วนผมโดยทั่วกัน

รถชน

กษิราประสบอุบัติเหตุรถชนมาได้เกือบอาทิตย์นึงแล้ว

ยังคงตัวชา หายใจช้า เหม่อลอยไร้สติ
จิตใจไม่ค่อยอยู่กับเนื้อกับตัวเท่าไหร่ ยังไม่หายเสียที

เพื่อนๆบอกว่า ของอย่างนี้มันคงจะทำให้ผวาไปอีกซักระยะ

สำหรับเกศ .. คงจะอีกซักระยะใหญ่ๆเลยละนะ

ชนครั้งแรกก็ล่อซะ 18 ล้อ .. แถมบนมอเตอร์เวย์อีก
ยังคงแปลกใจอยู่ทุกวัน ว่าที่หายใจอยู่ตอนนี้มันฝันไปรึเปล่า

โชคช่วยเหลือเฟือจริงๆ

จงใจไม่อัพบล๊อก ในวันที่โดนชน

เพราะยังทำใจไม่ได้ ที่จะต้องนึกถึงช่วงเวลาตอนนั้นอีก

แต่เอาเข้าจริงแล้ว ภาพทั้งหมดกลับไม่เคยหายไปเลย
หลับตาทุกครั้ง นั่งนิ่งๆทุกครั้ง
ภาพตอนรถหมุน โดนชน รถเหวี่ยง เสียงล้อ เสียงเบรค
ทุกอย่างมันยังคงหลอกหลอนอยู่ตลอดเวลา

หลอนกันซะจนนอนไม่ได้
ต้องผวาสะดุ้งตื่นกลางดึกทุกคืน

เกศแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ด้วยการเปิดเพลงค้างไว้มาสามสี่คืนแล้ว
เหมือนจะดีขึ้น.. แต่ก็เปล่า

ยังคงปวดใจ และคิดถึงรถมาก
สงสารน้องซิตี้ที่รับเคราะห์แทนซะบุบรอบคัน

ทุกวันนี้เห็นซิตี้สีเดียวกันวิ่งบนถนนแล้วหัวใจมันจะเจ็บแปล๊บๆ

..
แล้วภาพตอนชนก็จะแว๊บเข้ามา

เป็นอย่างนี้ทุกวัน
ทรมานจังเลย

คำถามที่เกศเจอบ่อยมาก

คือ ไปชนอีท่าไหนเข้า

ตอบจริงๆนะคะ .. เกศไม่รู้

เกศไม่รู้จริงๆ และไม่สามารถลำดับเหตุการณ์อะไรได้
ตอบใครไม่ได้ตั้งแต่ตอนประกันมาถึงแล้ว

เกศจำได้แต่ว่า .. ด้านท้ายรถ โดนกระแทก .. จากไอ้ 18 ล้อสีแดงคันเมื่อกี้แน่ๆ

แล้วรถก็เสียหลัก หักขวา
แล้วก็หมุน
หมุน
หมุน
ชน
เสียหลัก
กระเด็น
หมุน
หมุนอีก
ชนอีก
กระเด็นอีก
ชนอีกแล้ว
หมุนอีกแล้ว

เป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ จนมันตั้งลำตรงได้ยังไงก็ไม่รู้

แล้วเกศก็ช็อค
เบี่ยงเข้าซ้าย แล้วจอดนิ่งๆ

มือสั่น ตัวเย็น และควานหาโทรศัพท์

ตัวเลขแรกที่กด .. คือเลข 9 .. ซึ่งเป็นเบอร์ด่วนสำหรับโทรหาพ่อ

พ่อรับสาย
เกศบอกพ่อว่า .. พ่อ หนูรถชน

แล้วจากนั้นทุกๆคน จากรถคันอื่นๆก็วิ่งเข้ามา

คู่กรณีเกศมีเยอะมาก

เยอะ .. มาก

ไม่รู้ใครรุมชนเกศบ้าง เพราะเกศหมุนกวาดไปทั่วๆ ครบทุกเลน
.. เลนละสองรอบ

รถหลายคันเทียบเข้ามาจอด และคนหลายคนวิ่งเข้ามาดู

ว่าเกศยังมีชีวิตอยู่มั้ย

ขณะนั้นเกศกำลังถือสายพ่อ .. เสียงรอบข้างวุ่นวาย
ตะโกนถามว่าเกศเป็นอะไรหรือเปล่า

เกศลดกระจก และบอกทุกคน พร้อมๆกับบอกพ่อไปด้วยว่า เกศไม่เป็นอะไร
ยังไม่ตาย
แต่ตกใจ ตกใจจริงๆ

พ่อบอกให้เกศใจเย็น และโทรเรียกประกัน

เกศกดโทรศัพท์หาประกัน และเดินออกจากนอกรถ
มองไปยังรถคู่กรณีที่เริ่มเข้ามาจอดเรียงกันเป็นตับ

ไม่กล้า.. ไม่กล้ามองรถตัวเอง

รถเกศ ทำประกันชั้น 1 กับไทยพาณิชย์

พักเดียว เจ้าหน้าที่ก็โทรมาถามทางตรงจุดที่เกิดอุบัติเหตุ
แน่นอนว่าเกศพูดจาไม่รู้เรื่อง

เกศยื่นโทรศัพท์ให้พี่คู่กรณีช่วยบอกทางกับประกันให้ แล้วตัวเองก็เดินดูสภาพรถ

อยากจะร้องไห้

นี่เกศรอดตายมาได้ยังไงก็ไม่รู้

เป็นคำถามที่เกศสงสัยอยู่ในใจ และคู่กรณีทุกคนก็คงสงสัยเหมือนกัน

รถหลายต่อหลายคันเริ่มเข้ามาจอด และคุยด้วย
บางคันที่ไม่เป็นอะไรร้ายแรง ก็เข้ามาให้กำลังใจ แล้วขับจากไป

จนสุดท้าย ก็เหลือแค่เกศกับรถ 18 ล้อ และคู่กรณีที่ไฟหน้าแตกกระจายอีกหนึ่งคัน

..

เรายืนคุยกัน

เกศบอกว่าเกศจำอะไรไม่ได้ เพราะเกศตกใจมาก

พี่คู่กรณีบอกว่า ก็ควรจะตกใจหรอก หมุนเสียขนาดนั้น
ถ้าไม่เห็นกับตาตัวเอง จะคิดว่าดูหนังอยู่
เมื่อกี้ก็คิดว่าเค้าถ่ายหนังอยู่จริงๆนะ

เกศได้แต่พยักหน้ารับ และอับจนคำพูด

ความรู้สึกเหมือนเล่นรถบัมพ์ในแดนเนรมิตสมัยเด็กๆมันแว่บเข้ามา

เพียงแต่ว่าคราวนี้มันเป็นบนมอเตอร์เวย์

ชนจริง เจ็บจริง
และเกือบจะตายเอาจริงๆ

พูดอะไรไม่ออกเลย

พอเริ่มตั้งสติได้ เกศก็โทรหาแบงค์

เพื่อนที่มหาลัย

เกศเพิ่งออกจากมหาลัย มุ่งหน้ากลับบ้าน โดยที่เพื่อนๆยังคงทำงานอยู่
เพราะฉะนั้นถ้าเกศไม่ถึงบ้าน ก็ควรจะบอกเพื่อนซักคนให้รับรู้บ้าง

อีก 15 นาทีต่อมา แบงค์ก็ขับรถตามมาถึงที่เกิดเหตุ

หน้าตาแบงค์ดูตกใจ และวิ่งเข้ามาปลอบเกศก่อนอย่างอื่น
แล้วค่อยเดินบ่นไปตามสภาพรอบตัวรถ

เกศปล่อยแบงค์เดินสำรวจบ้าง โทรศัพท์บ้าง
ส่วนตัวเองก็ได้แต่นั่งช็อคอยู่กับที่
จนเพิ่งจะได้สังเกตว่า รถชนจนแอร์เสียด้วย

อากาศในรถร้อนมาก .. ข้างนอกก็แดดแรงมาก

ประกันมาถึงแล้วเกศก็ยังทำอะไรไม่ถูก
แบงค์เป็นคนจัดการคุย เดินเรื่องให้ทุกอย่าง

จนกระทั่งพ่อมาถึง

ทันทีที่เห็นหน้าพ่อ เกศเดินพุ่งไปกอดพ่อแน่นๆ

น้ำตาปริ่มๆจะไหล
แต่สุดท้ายก็มีแค่เหงื่อเท่านั้น

พ่อรับช่วงคุยกับประกันต่อให้ ส่วนแม่ก็ไปคุยกับคู่กรณีบ้าง ปลอบลูกบ้าง
เกศยิ้มแย้มเฮฮา เหมือนว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น
พอเห็นหน้าพ่อกับแม่ ทุกอย่างเมื่อกี้ก็เหมือนแค่ฝันไป

เคลียร์เรื่องจบ พ่อก็บอกว่า เอารถไปเข้าศูนย์กันเลยดีกว่า

แม่อาสาจะนั่งไปเป็นเพื่อนเกศด้วย
ถึงเกศจะยืนยันว่าเกศขับคนเดียวได้ และแอร์ในรถมันเสีย
แม่ก็ยังเปิดประตูมานั่งคู่ด้วย

แบงค์ลาพ่อกับแม่ และแยกตัวกลับบ้านไป

ส่วนเกศก็ขับไปแบบร้อนๆ จนถึงศูนย์ฮอนด้า เพื่อส่งซ่อมรถ

รถที่วันนี้ทางศูนย์โทรมาบอกแล้วว่า ยอดค่าซ่อมทะลุไปร่วมแสน
และยังไม่รู้กำหนดว่าจะได้รับรถคืนวันไหน

พ่อหันมาบอกเกศเมื่อตอนเย็น พร้อมกับยิ้มและลูบหัวเกศเหมือนเดิม
ลูบหัวเหมือนกับวันที่เกิดเหตุ

พ่อแซวว่า ชนครั้งแรกก็ล่อซะร่วมแสนเลยนะลูก แล้วก็หัวเราะคิกคัก

เกศไม่ตอบ ได้แต่กอดพ่อแน่นๆ

กอดไม่รู้กี่ครั้งแล้วในอาทิตย์นี้

ทั้งๆที่คิดว่า พ่อคงจะดุแน่ๆ ที่ทำให้เกิดเรื่อง

แต่ ตั้งแต่รถชน พ่อยังไม่พูดอะไรที่เป็นการดุว่า หรือทำร้ายจิตใจเกศเลยสักครั้ง
ได้แต่กอดปลอบ ลูบหัว เรียกขวัญให้กลับมาอยู่อย่างนั้น

ทุกวัน

เกศยังไม่รู้ว่า เกศจะได้รับรถคืนเมื่อไหร่

เกศไม่รู้ว่า เกศจะทำใจขับรถอีกครั้งได้มั้ย

เกศรู้แต่ว่า เกศกลัว
และอุบัติเหตุครั้งนี้มันก็น่ากลัวมาก มากชนิดที่เกศผวาก็คงจะถูกแล้ว

แต่เกศได้รับรู้ว่า รอบๆตัวเกศ มีแต่คนที่รักเกศจริงๆนะ

ถึงจะเศร้า แต่ก็อุ่นใจ

ขอบคุณแบงค์มากๆ ที่อุตส่าห์มาอยู่ด้วยทันทีที่เกิดเรื่อง
แถมยังมารับมาส่งที่บ้านกับมหาลัย ระหว่างที่เกศไม่มีรถใช้อีก

ขอบคุณนาวิน ที่ปลอบใจเกศทุกวัน

ขอบคุณเพื่อนๆทุกคนที่ฟอนต์ ที่คอยถามไถ่ทุกครั้งที่เจอเกศออนไลน์

..

และขอบคุณพ่อกับแม่ .. น้องกัญจน์ด้วย
ที่อยู่กับเกศ เป็นห่วงเกศด้วยสายตาเงียบๆ และคอยดูแลเกศเงียบๆเสมอ
เกศก็ดีแต่จะทำให้พ่อกับแม่เป็นห่วงอยู่เรื่อย แต่พ่อกับแม่ก็ไม่เคยดุอะไรเกศเลยสักคำ

รักพ่อกับแม่มากนะคะ

ขอบคุณสวรรค์ที่ยังให้เกศมีชีวิตอยู่

ขอให้เกศได้มีชีวิตอยู่กอดพ่อกับแม่ไปอีกนานๆ

Logic

หน้าหนาว ลมแรง = ซักผ้าแห้งไว
แต่
หน้าหนาว ผิวแห้ง = ซักผ้าแล้วแสบแขนแหกกระจาย

โลกนี้มันช่างไม่มีความพอดี

TvT

ปล. เรื่องของเรื่องคือ เมื่อคืนใช้วานิชพาวเวอร์โอวกู ซักเสื้อนักเรียนให้น้อง เพื่อความขาวกระจ่าง
ปรากฎว่า มือพี่สาวมันแสบยิบแหกยับ แถมยังรู้สึกได้ว่า ผิวหนังตั้งแต่ข้อมือลงไปถึงมือ มันขาวกว่าแขนท่อนบนอีกต่างหาก !!

กิจวัตรประจำวัน : เวอร์ชั่นไร้ลูกจ้าง

4.30 น. – ตื่นแล้ว นอนลืมตาโพลง ยังไม่อยากลุก

4.45 น. – พ่อมาเคาะประตูปลุก.. ต้องลุกจริงๆแล้วสินะ

5.10 น. – อาบน้ำสระผมอย่างไว คุ้ยหาเสื้อกล้ามกางเกงขาสั้น ขี้เกียจแต่งหน้า กรีดตาอย่างเดียวละกัน

5.30 น. – สแตนด์บายที่โซฟาชั้นล่าง นอนต่อ

5.45 น. – พ่อปลุกรอบที่สอง เดินหลับตาไปนอนต่อในรถ

6.20 น. – สะดุ้งตื่นเพราะหัวโขกกระจก.. เจ็บ T T

6.40 น. – ถึงร้าน พ่อลงไปเปิดประตูเหล็ก แม่กวาดหน้าบ้าน ไอ้เกศขนข้าวของที่อยู่ในรถ

6.45 น. – หอบของเข้าร้าน เดินไปหลังบ้านผูกผ้ากันเปื้อน ฉีดซอฟเฟลกันยุง เบ่งพลังหนึ่งที  ฮีบ.. เอาล่ะนะ!!

6.50 น. – เปิดตู้เย็น คุ้ยหารากผักชี เอาไปแช่น้ำล้างไว้ ตัววิ่งไปเตรียมครก

6.55 น. – ตำพริกไทยเม็ดสี่ครก ต่อด้วยกระเทียม รากผักชี สำหรับต้มน้ำซุปสองหม้อกับตุ๋นหมูอีกสามกิโล

7.10 น. – เตรียมเครื่องเสร็จแล้ว ยกครกไปแช่น้ำ เงยหน้าขึ้นไปเตรียมเครื่องเทศใส่หม้อก๋วยเตี๋ยวเนื้อ .. กะทะอยู่ไหนวะ กะทะ กะทะ

7.15 น. – ยกเครื่องออกไปข้างนอก พร้อมกะทะ(อยู่ใต้ซิงค์ล้างจาน) เปิดเตาคั่วเครื่องเทศ แม่ก่อเตาถ่านเตรียมย่างหมู พ่อไปตลาด

7.20 น. – เตรียมเครื่องแกงเสร็จแล้ว วิ่งไปหลังบ้าน เตรียมทำน้ำหมูแดง แม่แตะมือเปลี่ยนวิ่งไปหน้าบ้าน ต้มน้ำลวกกระดูกวัว

7.25 น. – น้ำตาลปี๊บจะหมด ถั่วลิสงก็จะหมด จดแล้วแปะไว้ข้างเคาท์เตอร์ก่อนละกันวะ

7.30 น. – ยกหม้อตั้งไฟ รอเดือด .. ระหว่างรอวิ่งไปล้างหม้ออีกใบหลังบ้าน แวะเตาถ่าน กลับด้านหมูแดงที่ย่างไว้หนึ่งที

7.35 น. – ล้างหม้อเสร็จแล้ว วิ่งออกไปหน้าบ้าน แวะกลับด้านหมูอีกหนึ่งที

7.40 น. – น้ำเพิ่งเดือด ทำน้ำหมูแดง แม่เปิดเตาข้างๆต้มกระเพาะปลา

7.50 น. – ลูกค้ามา สั่งกระเพาะปลาสองถ้วย เกศยิ้มแย้มแล้วกระตุกสีข้างแม่หนึ่งที.. ถามแม่ว่าเสร็จรึยัง แม่พยักหน้า
- หันไปมอง .. อ้าวเห้ย ไม่มีเห็ด

7.52 น. – หรี่ไฟเตาตัวเอง แล้ววิ่งไปหั่นเห็ดหอมหลังบ้านฉุกเฉินสามดอก

8.00 น. – วิ่งกลับมา เอาเห็ดให้แม่ แล้วเอาหนังสือพิมพ์ไปให้ลูกค้า .. ลูกค้าสั่งน้ำกระเจี๊ยบสองแก้ว

8.02 น. – วิ่งกลับไปหลังบ้าน ทำน้ำไปเสิร์ฟลูกค้า กระเพาะปลาเสร็จพอดี ยกออกไปให้พร้อมกันเลยทีเดียว

8.08 น. – ชามร้อนมาก !!!!

8.10 น. – กลับมาต้มน้ำหมูแดงต่อ มือพองนิดหน่อย

8.15 น. – ต้มน้ำหมูแดงเสร็จแล้ว ย้ายไปอุ่นไว้หม้อเล็ก .. เดินกลับไปหลังบ้าน เตรียมทำพริกน้ำปลา

8.20 น. – มะนาวแข็งมาก คิดถึงมะนาวบ้านพี่โบว์แอน

8.30 น. – เสียงแม่ตะโกนสั่งข้าวหมูตุ๋นสองจาน ขอน้ำจิ้มสองถ้วย.. เห้ย ตูยังซอยพริกอยู่เลย !!

8.35 น. – ทำแบบฉุกเฉินพิเศษให้แม่ไปสองถ้วยแล้ววิ่งกลับมาทำโถใหญ่จนเสร็จ ชิมนิดหน่อย อร่อยมาก !!

8.40 น. – น้ำหม้อก๋วยเตี๋ยวเพิ่งเดือด เดินไปใส่เครื่องแกง + ทำซุปสองหม้อ .. อย่าเพิ่งมีใครมากินเกาเหลานะเว่ย

9.00 น. – เสร็จแล้ว อร่อยอีกแล้ว !! มามา ลูกค้า มากันได้แล้ว !!

9.05 น. – พ่อทอดหมูกรอบอยู่ เกศเดินไปแช่เส้นหมี่หลังบ้าน ย่างหมูอีกหนึ่งชิ้น เตรียมถ้วยโฟมไหว้สัมพเวสี + เตรียมแก้วน้ำหิ้งพระ

9.10 น. – แม่ไหว้พระ เกศเตรียมกับข้าวไหว้สัมพเวสีหน้าบ้าน

9.15 น. – ทยอยยกจานชามที่คว่ำไว้มาเรียงที่เคาท์เตอร์ (หนักมาก T T) เดินกลับไปกลับมาประมาณ 6 รอบ ปวดหลัง

9.30 น. – พ่อหั่นซี่โครงหมูเสร็จแล้ว เกศไปยกมาตุ๋น แล้วเดินกลับไปหมักเนื้อสดกับหัวใจ แม่เตรียมเครื่องเคียงผักดอง

9.40 น. – หมักเนื้อเสร็จ เดินมาลวกปีกไก่สำหรับใส่กระเพาะปลา ทำซี่โครงหมูตุ๋นไปด้วยพร้อมๆกัน ส่วนแม่วิ่งไปหุงข้าว

10.00 น. – ปล่อยหมูมันตุ๋นไป เดินไปเอาช้อนส้อมมาเช็ดเติมให้ครบทุกโต๊ะ .. น้ำแข็งเพิ่งมาส่ง

10.15 น. – ลูกค้าโทรมาสั่งข้าวกล่อง พ่อตักข้าวตักหมู แม่ตักน้ำซุป เกศตักน้ำจิ้ม

10.20 น. – เตรียมข้าวเสร็จ เกศต้มน้ำสำหรับต้มไข่ โรยเกลือลงไปครึ่งถุง จะได้ปอกง่ายๆ

10.25 น. – ต้มไข่เป็ด 10 ฟอง ไข่นกกระทาอีก 30 ฟอง จับเวลาห้านาที ปฏิบัติ !

10.30 น. – ปิดเตา ยกไข่ไปพักให้เย็นหลังบ้าน เดินกลับมาเอาหมูที่ตุ๋นไว้มากรองรอบแรก แม่ยังวุ่นอยู่หน้าเตากระเพาะปลา

10.45 น. – กรองหมูแยกกากเครื่องเทศเสร็จแล้ว ยกไปตุ๋นต่อ เตรียมน้ำต้มชาดำเย็น

11.00 น. – ปล่อยแม่ต้มชาดำเย็น ไอ้เกศไปปอกไข่ 40 ฟองหลังบ้าน + หั่นเห็ดหอมที่ค้างไว้ตั้งแต่เมื่อเช้า

11.20 น. – ล้างกองจานล๊อตแรกของลูกค้ารอบเช้า + กวาดถูร้านรอบแรก

11.45 น. – เตรียมแก้วน้ำแข็งใส่ตู้ไว้เยอะๆ พ่อเตรียมเรียงจาน แม่เตรียมเรียงถ้วยน้ำซุป ลูกค้าเริ่มมาแล้วเป็นระยะๆ

12.00 น. – เอาแล้ว พายุมาแล้ว

12.25 น. – อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

13.00 น. – ลูกค้าโต๊ะสุดท้ายลุกไปแล้ว ตรงเวลาเป๊งยังกะซินเดอเรลล่า

13.05 น. – ทยอยเดินเก็บจาน เช็ดโต๊ะ กองทะลักซิงค์ล้างจาน 2 ซิงค์หลังบ้านออกมาบนพื้นแล้ว

13.30 น. – เก็บเสร็จ .. เก้าอี้อยู่ไหนวะเก้าอี้ ตูดกษิราต้องการเก้าอี้มาก

13.40 น. – ลวกเกาเหลากินเป็นอาหารมื้อแรกประจำวัน มือสั่น หิวมาก

14.00 น. – เริ่มปฏิบัติการล้างจานทะลุมิติ .. ยกโต๊ะในร้านเข้าไปสองตัวเพราะที่วางจานไม่พอ

14.30 น. – เกศล้างแก้วเสร็จแล้ว ทยอยแบ่งจานฝั่งแม่มาล้างต่อ พ่อรอรับลูกค้าเก็บตกอยู่หน้าร้าน

15.20 น. – ล้างจานหมดแล้ว ออกไปทยอยเก็บร้านหน้าบ้าน

15.40 น. – แม่เก็บล้างหม้อ+อุปกรณ์หน้าร้าน เกศไปเก็บกับข้าว ขัดเคาท์เตอร์ กวาดถูพื้น

16.40 น. – เสร็จแล้ว ขนข้าวและกับข้าวที่เหลือกลับไปกินเป็นข้าวเย็น

17.00 น. – ขึ้นรถ หลับเป็นตาย

แล้วก็วนลูปแบบนี้ไปทุกวัน….

แบบนี้ทุกวันจริงๆนะ
อาจจะมีป่วนกว่านี้หน่อย ถ้าลูกค้าเข้าตั้งแต่ 11 โมง แต่ไม่มีป่วนน้อยกว่านี้แน่ๆ

เขียนเฉพาะที่เกศทำ เพราะก้มหน้าก้มตาตลอด ไม่ค่อยจะรู้หรอกว่าพ่อกับแม่ทำอะไรอยู่
รู้แต่ว่างานเต็มมือพอกัน

โอย

ตูขอแค่ลูกจ้างมาช่วยตูล้างจานก็ยังดี

T________T

ฉันเหนื่อย ฉันสบายใจ

วันนี้เป็นวันที่สองแล้ว

วันที่สอง หลังจากลูกจ้างตัวแสบสองคน เก็บข้าวของหนีออกจากร้านไป
นั่นแปลว่า ฉันและพ่อกับแม่ต้องทำทุกอย่างในร้านเองทั้งหมด
ตั้งแต่ร้านเปิด จนร้านปิด โดยไม่มีใครมาช่วยเลยสักคน

เหนื่อยมาก

ลำพังตอนมีลูกจ้างอยู่ ก็ทำอะไรแทบจะไม่ทันอยู่แล้ว
ตอนนี้เกศกับแม่ก็เลยวิ่งพล่าน มือขาขวิดกันพัลวัน
หนักที่สุดก็คงจะเป็นช่วงเที่ยง ลนลานบริการลูกค้าไม่ทันและไม่ทั่วถึง

หนักใจ ไม่รู้จะเพิ่มมือเพิ่มขาตัวเองได้ยังไงจริงๆ

สาเหตุที่ลูกน้องหนีออกไป

เป็นเพราะ “เค้าคิดว่าเราไม่รักเค้าเหมือนเดิม”

อืม.. อะไรของมึง?

ไม่เข้าใจว่ามันคิดว่ามันเป็นเจ้าของร้านรึไง
หม้อกระเพาะปลา พวกมันทำไม่ดี ไม่สะอาด เราก็เข้าไปทำแทน.. มันก็โกรธ
พอทำของเสียหายแล้วถูกต่อว่า มันก็หน้าเง้าหน้างอ ขอลาออก
แล้วก็มาโวยวายว่าเราไม่รักมันเหมือนเดิม

นี่เอ็งทำของตูเสียเป็นกิโลๆ จะให้ตูปลามปลื้มยินดีงั้นรึ?

อีปลวก ญาติยังสบายดีอยู่รึเปล่า

ไม่เข้าใจว่าเราทำอะไรผิดตรงไหน
ทำดี ก็ชม อยากได้อะไรก็ซื้อให้ ไม่มีทีวีดู ก็ติดสัญญาณให้
ที่อยู่ที่กิน ข้าวปลาก็ซื้อมาประเคนให้
แล้วนี่เอ็งทำผิด ตูไม่มีสิทธิ์แตะต้องเลยรึ

ตูเป็นเจ้าของร้านนะ

แล้วอยู่ดีๆคิดจะไปก็เก็บข้าวของหนีไปเลย

อื้มหืม..

แบบนี้เขาเรียกว่าสันดานใช่ไหม?

ฉันว่าใช่นะ

ไม่เป็นไร อยากไปก็ไป ฉันไม่ง้อ

หงุดหงิดนิดหน่อยก็ตรงที่มันทำให้แม่ต้องเสียใจ และต้องเหนื่อยเพิ่มขึ้นอีกเยอะ
ฉันเองน่ะไม่เท่าไหร่หรอก
ตอนนี้ตัดสินใจโดดเรียนไปช่วยงานที่ร้านทุกวัน เพราะยังหาคนมาช่วยที่ร้านไม่ได้

เอาจริงๆ ก็ไม่อยากหาใครมานักหรอกนะ

เหนื่อยน่ะใช่ เหนื่อยมาก

แต่สบายใจ

ทุกวันนี้ตื่นตีสี ไปถึงร้าน ทำงานจนโงหัวไม่ขึ้น ได้กินข้าวเช้าเอาก็ตอนบ่ายโมงกว่า
กินแค่สิบนาทีแล้วก็ทำงานต่อ .. ล้างจาน เก็บร้าน เตรียมกับข้าว
ได้โผล่หน้าออกจากกองจานอีกทีก็ตอนห้าโมงเย็น

ขาล้า หน้ามันแผล่บ แต่ก็ยังเจือไปด้วยรอยยิ้ม

เช็ดเหงื่อกันสองคนกับแม่ ก็ยังดีกว่าต้องมานั่งกุมขมับกับเรื่องไม่เป็นเรื่อง

ได้แต่ภาวนาขอให้ปัญหาหยุดเดินหน้ากันเข้ามาเสียที
ตูจะเป็นลม

เรายกทะเลมาไว้ที่นี่ ~~

เย็นวันหนึ่ง ขณะที่กษิราขับรถกลับถึงบ้าน

เตรียมตัวจะจอดรถไว้หน้าบ้านตามปกติ
พ่อก็เดินออกมาโบกไม้โบกมือวุ่นวาย.. แปลเป็นภาษาไทยได้ว่า ให้กษิราจอดรถในบ้าน พ่อจะเอารถพ่อไปจอดข้างนอก

ปกติแล้ว พ่อจะเอารถพ่อจอดไว้ข้างนอก ก็ต่อเมื่อวันรุ่งขึ้นพ่อจะออกจากบ้านก่อน
แต่.. เอ.. พรุ่งนี้ก็ออกจากบ้านพร้อมกันนี่หว่า.. แล้วจะสลับรถวุ่นวายทำไม

กษิรานึกในใจ

แล้วพอรุ่งเช้า ก็ได้รับคำตอบ

ทะเลศรีนครินทร์

เรายกทะเลมาไว้ที่นี่ TTATT

ให้ตายเถอะ ประเทศศรีนครินทร์ เกิดอะไรขึ้นเนี่ย !!
น้ำสูงครึ่งคันครับพี่น้องครับ !!

เป็นฉากที่น่าประทับใจมาก
ถึงศรีนครินทร์จะน้ำท่วมเป็นปกติก็เถอะ แต่ก็ไม่เคยขนาดนี้นะ

ทุกทีจะเป็นแค่คลอง แต่คราวนี้นี่เป็นทะเลกันเลยทีเดียว
ดูดิ่ มีคลื่นมาเป็นลูกๆด้วย T T

ถนนโล่งมาก เพราะทุกคันที่ออกมา ถ้าไม่สูงจริงก็ดับหมด
ดับตายสนิทกันตั้งแต่ต้นซอยแล้ว ไม่ว่ารถตู้ รถเมล์ รถทัวร์คันใหญ่ๆที่เอาไว้ส่งพนักงาน
รถเก๋งนี่ไม่ต้องพูดถึงเลย เกรงว่าจะต้องรื้อทำพื้นทำพรมใหม่ทั้งคันแน่นอน

รถพ่อเป็นกระบะอีซูซุยกสูง ยังสำลักน้ำซะเกือบไม่รอด

เป็นอะไรที่น่าประทับใจจริงๆ T T

แล้วเสาร์อาทิตย์นี้ กษิราจะไปทำงานยังไง T T

ร้านก๋วยเตี๋ยวของฉัน

เปิดร้านมาเป็นเดือนที่สามแล้ว

เพิ่งนึกขึ้นได้ว่ายังไม่ได้ถ่ายรูปร้านเลย
วันนี้ก็เลยถ่ายเสียหน่อย ด้วยกล้องมือถือแอลจีไอติมที่นาวินซื้อให้เป็นของขวัญวันเกิด

หน้าร้านรวมๆ

รูปร้านโดยรวมๆ
ไม่มีรูปที่ถ่ายเก็บได้ทั้งร้านเลย เพราะมุมกล้องมันไม่พอ

แต่ก็ประมาณนี้ล่ะนะ

ร้านจัดโล่งๆ สว่างๆ เป็นโต๊ะแสตนเลสวาววับ กับเก้าอี้ไม้กลมโบราณทั้งสองห้อง
ชั้นสองเป็นออฟฟิศพ่อ มีคอมให้เล่น มีเตียงผ้าใบไว้ให้นอนสลบตอนขายของเสร็จ

วันนี้เอารูปปั้นเทพเจ้าแมวชิจิฟุคุจินตัวเล็กสีดำ ไปวางเพิ่มที่เคาท์เตอร์อีกหนึ่งตัวด้วย
องค์นี้ถือพัด (เค้าบอกว่าจะช่วยพัดเงินเข้าร้าน.. ประมาณว่ามีเงินเดินสะพัด)
นาวินเพิ่งซื้อให้ใหม่เมื่อวาน หลังจากคุณลุงคนขายบอกว่า เกศเกิดวันพุธกลางคืน น่าจะบูชาตัวสีดำนะ
ส่วนตัวใหญ่สีขาวนั่น นาวินซื้อให้ตั้งแต่ตอนเปิดร้านวันแรกแล้ว ก็เหมาะสำหรับแม่ที่เกิดวันอังคาร

ตอนนี้ก็เลยช่วยกันกวักใหญ่เลย ^__^

คุณลุงคนขายบอกว่า มีบทสวดให้ท่องด้วยนะ

คือให้ภาวนาชื่อเทพชิจิฟุคุจิน ชิจิฟุคุจิน ชิจิฟุคุจิน หลายๆรอบ
วันนี้กษิราก็เลยท่องแต่คำนี้ในใจทั้งวันเลย

เฮ้อ ช่างเป็นเทพเจ้าที่แปลงร่างมาได้น่ารักจริงๆ

ตอนนี้ที่ร้านมีปัญหาหนัก

สุดๆเลยอย่างน้อยสองปัญหาแล้ว

ข้อแรก คือลูกน้องเนรคุณ T T
เลี้ยงให้ดี รักให้ตาย ก็เห็นแก่ตัวและเอาแต่ใจเป็นที่สุด
อันนี้เป็นปัญหาโลกแตก ที่พยายามแก้ไขอย่างสุดความสามารถอยู่

ส่วนปัญหาข้อที่สอง คือ แมลงวัน

เยอะมาก !!!!

คือ มันก็ไปทุกร้านแหละนะ แต่ฉันรำคาญน่ะ เข้าใจไหม

พยายามหาวิธีแก้ไข ไล่ กำจัด ทุกวิถีทางแล้ว
ทั้งถุงน้ำ พริกแห้ง ขวดดักแมลงวัน ฯลฯ ทุกอย่างที่เค้าแนะนำมาก็ลองหมดแล้ว

ล่าสุด.. ใช้กาวดัก

เอากาวทาไม้ ทาถาด เอาอาหารมาล่อ
ล่อแมลงวัน

ได้จิ้งจก !!!

ไอ้ชิบหาย  มึงมาติดกาวกูทำไม !!!

แล้วนอนนิ่งเลยนะ นิ่งซีด กระดิกไม่ได้ -*-
จะช่วยก็ไม่รู้จะช่วยยังไง
เอาไม้กวาดไปเขี่ยๆ น้องจิ้งก็กระดิกๆ แต่ไปไหนไม่ได้

สงสารก็สงสาร กลัวก็กลัว
ยืนเท้าสะเอวด่าจิ้งจก สั่งสอนให้มันสลัดหางหนีไป มันก็นอนมองตาแป๋ว น่าหยะแหยงมาก

โว๊ะ สลัดหางทิ้งอ่ะ ทำเป็นมั้ยเนี่ย
เสียชาติจิ้งจกหมด

แล้วที่แย่ไปกว่านั้นคือ
แมลงวัน ..แม่งบินมาเกาะจิ้งจก !!!

โอ้ย เวร เอาเข้าไป จะอะไรกันนักกันหนาวะเนี่ย

กิจวัตร

21 กันยายน 2552

5.00 น.
- พ่อเคาะประตูปลุกสามก๊อก ต่อด้วยเรียกอีกสองที ไอ้เกศพยักหน้ารับ .. พ่ออยู่นอกห้องคงเห็นหรอกนะ

5.15 น.
- แกะตัวออกจากเตียง ลุกไปเข้าห้องน้ำ ตายังลืมไม่ขึ้น

5.40 น.
- อาบน้ำสระผมเสร็จแล้ว วันนี้ใส่เสื้อตัวไหนดีนะ

5.45 น.
- เสื้อขาวก็แล้วกัน

6.00 น.
- ลงมาข้างล่าง พ่อก็ใส่เสื้อขาวเหมือนกัน.. เย้

7.30 น.
- ถึงร้าน วันนี้ไม่ได้แวะตลาดซื้อของ .. แม่ยกหมูสามชั้นที่ต้มเมื่อคืนเตรียมไปทอดหลังร้าน พ่อไปนับเงินทอน ไอ้เกศพุ่งไปหน้าหม้อน้ำซุป

7.35 น.
- อืม.. ซุปเนื้อมีน้ำสต๊อกเยอะ รสชาติยังใช้ได้ .. ซุปหมู .. จืดสนิท – -”

7.40 น.
- เกศคั่วเครื่องแกงเพิ่ม พ่อกับแม่กำลังอบรมเด็กลูกจ้างคนใหม่ที่ทำงานไม่ได้เรื่อง

8.00 น.
- ลูกค้ามาแล้วแต่ซุปยังไม่เสร็จ.. อ้อ สั่งข้าวงั้นรึ รอดตัวไป

8.15 น.
- น้ำเดือดพล่าน ไอน้ำจากหม้อลวกท้องแขนขวาเป็นแถบแดงเถือก ร้อนและแสบ T T

8.30 น.
- เสร็จแล้ว ซุปอร่อยมาก !!

8.40 น.
- ทำความสะอาดเคาท์เตอร์ แมลงวันเยอะมาก มันมาตามกลิ่นเลือดเครื่องในหมูแน่ๆ
- หาจานมาปิดชามอาหารทุกใบ แมลงวันยังคงบินเกาะจาน

9.00 น.
- ลูกค้ามากินเกาเหลาเนื้อสองคน สั่งข้าวเพิ่มด้วย ดีใจจัง

9.30 น.
- กินข้าวเช้า ประกอบด้วยขนมปังกับชาดำเย็น

10.00 น.
- พักรอบเช้า ขึ้นห้องคุ้ยกูเกิ้ล หาวิธีไล่แมลงวัน + อัพบล๊อกไปด้วย
- พี่ติ๊กสุดสวยทัก MSN ห่วงใยต่อเนื่องจากบล๊อกจิตตกของเกศเมื่อคืน

10.30 น.
- แก๊สหมด โทรสั่งแก๊ส

10.35 น.
- พี่กูเกิ้ลบอกให้เอาพริกแห้งไปวางไล่แมลงวัน .. เอาพริกไปวาง แมลงวันบินมาเกาะพริก -*-
- ปรึกษาพี่ติ๊ก พี่ติ๊กบอกให้แสดงรำพัดด้วยไม้ตียุงไฟฟ้า

10.45 น.
- พี่ก้อยเรียกประชุมทาง MSN ให้เตรียม Workshop ของ Adobe และนัดประชุมอาจารย์คอร์สเว็บ
- พ่อขึ้นมาเก็บกวาดห้อง และย้ายเครื่องเสียงออกไปใกล้ๆหน้าร้าน

11.20 น.
- เตรียมตัวลงไปขายของ

11.30 น.
- แม่ขึ้นมาทำหน้ายิ้มแย้ม บอกว่าหาวิธีปราบแมลงวันได้แล้วนะ.. ถามแม่ว่าทำยังไง .. แม่ตอบว่า “ตี!

11.50 น.
- ลูกค้ามาแล้ว โต๊ะแรกก็ทำผิดเลย เย้

13.30 น.
- ลูกค้าหมดแล้ว วันนี้มั่วมาก วิ่งจนขาขวิดกันไปมา.. ถือซะว่าทำให้ลูกค้าฮาเป็นการไถ่โทษ

14.15 น.
- นั่งอ่านบอร์ดฟอนต์ และหาแรงบันดาลใจทำงานส่งอาจารย์ .. ได้ข่าวว่า deadline อาทิตย์หน้านี่แล้ว ทำไมยังไม่เริ่มทำ?

14.30 น.
- ทำใบเสนอราคาให้ลูกค้าเจ้าใหม่ โทรมาเมื่อกี้ คูณภาษีผิดๆถูกๆ

14.35 น.
- เหมือนยังไม่ได้กินข้าวกลางวันแฮะ

14.40 น.
- พ่อเดินขึ้นมาถามว่าจะกินอะไร .. สั่งบะหมี่แห้งหมูกรอบไปแล้วนั่งทำใบเสนอราคาต่อ

14.50 น.
- ลงไปกินข้าวเที่ยง

15.30 น.
- ขึ้นมาทำเอกสารหยุบหยิบ ส่งแฟกซ์ให้ลูกค้า แม่หาเครื่องพิมพ์ดีดไฟฟ้าไม่เจอ

15.40 น.
- เจอแล้ว ลูกน้องเก่าเอาไปซุกไว้ตรงบันไดชั้นสาม ฝุ่นเขรอะมาก
- ช่วยแม่พิมพ์เอกสาร พิมพ์ผิด แป้นลบคำผิดหมด.. ไม่เป็นไร เดี๋ยวออกมาใช้ลิควิดลบก็ได้

15.50 น.
- ซวยแล้ว ลิควิดอยู่ไหนวะ

16.15 น.
- เจอลิควิดแล้ว เขย่าแกร่กๆ .. ลิควิดหมด -*-
- บีบบังคับให้มันออกมาทำหน้าที่ ได้หยดสีขาวมาสองหยด เกลี่ยๆให้มันทั่วๆ .. ก็โอเควะ

16.20 น.
- เสร็จแล้ว กลับบ้าน !!

16.30 น.
- ห่อข้าวกับหมูกรอบที่เหลือกลับมากินที่บ้าน ขึ้นรถปั๊บ หลับสนิท

17.40 น.
- ลืมตาขึ้นมา.. อืม ยังอยู่บนรถ วิวข้างนอกเป็นลานจอดรถซีคอนสแควร์

18.00 น.
- ซื้อคอนแทคเลนส์สำหรับครึ่งปี แวะเข้าซุปเปอร์ ได้แก๊สกระป๋องมา 15 กระป๋อง , ปีกไก่บนสองกิโล , หมูสามชั้น และ ไอติม !!

19.20 น.
- ถึงบ้านซักที อุ่นข้าวกินและถกกันเรื่องปัญหาในการบริการลูกค้าวันนี้
- ได้ข้อสรุปว่าทุกคนสติแตก รับออเดอร์และเสิร์ฟอาหารได้มั่วมาก เพราะฉะนั้นพรุ่งนี้จะปรับโต๊ะเคาท์เตอร์ใหม่ แยกส่วนกันทำงาน เผื่อจะเร็วขึ้น

20.00 น.
- ไอ้เกศเก็บจานเข้าไปล้างหลังบ้าน พ่อกับแม่นั่งจดรายการของที่ต้องซื้อที่ตลาดพรุ่งนี้เช้า น้องกัญจน์นั่งเล่นเกม

20.30 น.
- เสร็จงานสำหรับวันนี้ เดินขึ้นห้อง ปั่นบล๊อก ปั่นบอร์ด และจะอาบน้ำนอนภายในหนึ่งชั่วโมง

———————

ราตรีสวัสดิ์เมืองกรุง

เปลี่ยน

ลมพัดมาอีกแล้ว..

อากาศแปรปรวนทุกวัน .. เหมือนอารมณ์ของฉันไม่มีผิด

งานการยังคงเยอะเหมือนเดิม
และฉันก็ยังคงดองมันเอาไว้เหมือนเดิม

อะไรแย่ๆ ก็ดูจะคงที่อยู่เหมือนเคย

แต่ฉันรู้ว่า ฉันกำลังเปลี่ยน

ไม่มากก็น้อย.. แต่ฉันกำลังเปลี่ยนไปอีกแล้วจริงๆ

ในทางที่ดีขึ้นหรือแย่ลงก็ไม่รู้เหมือนกัน

เปิดร้านก๋วยเตี๋ยวมาได้เดือนที่สองแล้ว

คนเริ่มรู้จัก เริ่มเข้าร้านเยอะขึ้น
มีลูกค้าประจำแล้วด้วยนะ

ทุกวันนี้ ถ้าไม่มีเรียนและไม่มีสอน (หรือถ้าโดดเรียนได้)
ฉันจะตื่นตีห้า ไปประจำการอยู่ที่ร้านก๋วยเตี๋ยวหลังอมตะนคร
ชื่อร้านเถ้าแก่ลี่

ใช่.. ชื่อฉันเองแหละ ลี่เจวียน

หน้าที่หลักของฉันในแต่ละวัน คือรับผิดชอบน้ำซุปทั้งฝั่งเนื้อและหมู
เพราะฉะนั้น พอถึงร้าน ฉันก็จะพุ่งตรงไปตรวจหม้อ ตรวจเตา และเริ่มคั่วเครื่องแกงใส่ซุป

แม่จะเดินไปดูแลทุกอย่างหลังร้าน ย่างหมูแดง ทอดหมูกรอบ ตุ๋นซี่โครงหมู
พ่อเป็นมือมีด รับผิดชอบเชือดพวกเนื้อสด หัวใจ หมู และทุกๆอย่างที่ใช้ของมีคม

เตรียมงานกันเสร็จราวๆเก้าโมง
จัดร้าน ไหว้พระ กินข้าวเช้ากันตอนราวๆสิบโมง

พอสิบเอ็ดโมงครึ่งก็เริ่มรับลูกค้า ยาวไปถึงบ่ายโมงนิดหน่อย
ฉันรับออเดอร์ส่งให้แม่ที่อยู่หน้าเตา เสิร์ฟน้ำ แจกหนังสือพิมพ์ เก็บเงิน
พ่อประจำโต๊ะหมูแดงหมูกรอบ คอยแล่คอยหั่น
และแม่อยู่หน้าเตา ลวกเกาเหลาตามแต่ออเดอร์ที่ฉันส่งให้

..

เราปิดร้านกันตอนบ่ายสามกว่าๆ

คนหมด ของหมด

ขากลับบ้านแวะแมคโครซื้อของแห้งที่ขาดบ้าง ส่วนของสด ต้องรอเข้าตลาดเช้าวันรุ่งขึ้น
กลับถึงบ้าน ห่อข้าวที่เหลือจากร้านมากินกันเป็นข้าวเย็น

อาบน้ำทำอะไรเสร็จก็ราวๆสองทุ่มสามทุ่ม

หลังจากนั้นฉันก็จะหลับเป็นตาย

แล้ววัฏจักรประจำวันก็จะหมุนวนแบบนี้ไปเรื่อยๆ

ยกเว้นวันไหนที่ฉันมีเรียนหรือมีสอน ก็จะไม่ได้ไปช่วยที่ร้านด้วย
แต่จะกลับบ้านมาซักผ้ารีดผ้าของทุกคนในช่วงบ่ายแทน

เคลียร์งานบ้านเสร็จหมดบ้าน พ่อกับแม่ก็จะกลับมาจากร้านพอดี

เอาจริงๆ ชีวิตแบบนี้มันก็สนุกดีเหมือนกัน

ฉันเริ่มชินกับการตื่นนอนตอนตีห้า และเข้านอนตอนหัวค่ำทุกวันแล้วนะ

เมื่อไหร่ก็ตามที่ตายังเปิดอยู่หลังสี่ทุ่ม (เช่นวันนี้)
ฉันจะเริ่มเวียนหัว ปวดตา พะอืดพะอมเหมือนจะอ้วกออกมาให้ได้

แต่วันนี้ ฉันไม่อยากนอน

อะไรบางอย่างก็ไม่รู้ พัดหมุนวนอยู่ในหัวมาได้สักอาทิตย์นึงแล้ว

ฉันว่ามันบั่นทอนเกินไปนะ ใกล้ๆจะทนตัวเองไม่ไหวแล้วด้วย

ความรู้สึกที่ว่าตัวเองกำลังเปลี่ยนไป .. มันก็เป็นเรื่องดี
แต่มันแย่ตรงที่ ความรู้สึกไม่แน่ใจในตัวเองมันดันตามมาด้วย

..

ฉันกำลังทำอะไรอยู่เนี่ย?

ตกลงแล้ว ฉันต้องการอะไรกันแน่?

..

เกลียดจริงๆที่ไม่เคยรู้จักหรือเข้าใจอะไรในตัวเองเลย

ได้แต่ปล่อยให้ตัวเองเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาทุกที

..

แย่จริงๆ