ปล่อยเหม่อ..

หลายครั้ง ฉันลืมตา มองไปข้างหน้า ทั้งที่ไม่รู้ว่าสายตากำลังจับจ้องอะไรอยู่ ฉันเรียกอาการนี้ว่า ปล่อยเหม่อ มันเป็นช่วงเวลาสูญญากาศทางความคิด ที่แม้แต่ฉันเอง ก็อาจไม่รู้ว่าตัวเองคิดอะไรอยู่เลยก็ได้ … ฉันกำลังเป็นแบบนั้นอยู่.. และที่แย่ที่สุด คือฉันเป็นแบบนี้มาแล้วกว่าสองอาทิตย์ สองอาทิตย์แล้ว ที่ฉันไม่รู้ว่าตัวเองกำลังทำอะไร คิดอะไร มองเห็นอะไร หรือแม้แต่กำลังคุยกับใครในเรื่องอะไร ฉันเกลียดความล่องลอยไร้จุดหมายแบบนี้ แต่ก็ไร้ความสามารถที่จะจัดการใดๆกับมันโดยสิ้นเชิง ก็คงทำได้แค่ ปล่อยให้มันผ่านไป แหละหวังใจว่ามันคงดีขึ้นในสักวัน พรุ่งนี้ ฉันสอนแต่เช้า ช่วงนี้ฉันมีสอนตอนเช้าทุกวันเสาร์และอาทิตย์ นั่นหมายความว่า ฉันจะต้องตื่นเร็วกว่าปกติ และเข้านอนให้เร็วกว่าที่เคยชินอีกหนึ่งเท่าตัว ร่างกายประท้วงฉันอยู่ทุกวันด้วยอาการปวดล้าอิดโรย แต่นักเรียนห้องนี้ก็น่ารักจริงๆ ฉันไม่ใช่ครูที่ดี.. แต่ไม่เคยหยุดคาดหวังให้ตัวเองเป็นครูที่ดีในสักวัน ทุกวันนี้ ฉันจะพยายามอย่างที่สุด ที่จะได้ทุ่มเทให้กับการสอนอย่างเต็มที่ .. (ถึงแม้หนังตาจะหนักสักแค่ไหนก็ตาม) ….. อยากมีแรงใจมากกว่านี้ อยากมีพลังกายมากกว่านี้ แต่ตอนนี้ฉันเหนื่อยเหลือเกิน …… เพิ่งรู้ว่าการอยู่คนเดียวมันเหงาแค่ไหน เพิ่งรู้ว่าทุกอย่างรอบตัวมันไร้ชีวิตแค่ไหน เพิ่งรู้ ตอนที่มันสายไปจริงๆ เพ้อเจ้อ ทำรายงานต่อดีกว่า

กรุงเทพของฉัน.. ชีวิตของฉัน..

กลับมาจากเชียงใหม่ (อีก) แล้ว ใกล้จะหายใจออกมาเป็นเชียงใหม่กับปายแล้วนะ ใช้ชีวิตแบบชิวมาก มาตลอดห้าวันเต็มที่โน่น ตื่นบ่าย เดินร่อน กลับห้อง เมา หลับ ตื่นบ่าย เดินร่อน กลับห้อง เมา … เป็นอย่างนี้ วนเวียนกันไปเรื่อยๆ ทุกวัน เอ๊ะ.. แล้วช่วงอาบน้ำมันอยู่ตรงไหน??? (แฮ่~~~) ทริปปีใหม่ที่เชียงใหม่ยังเขียนไม่จบเลย เกศก็ไปเชียงใหม่กับเพื่อนๆที่คณะกลับมาอีกแล้ว เท่าที่ประมาณการณ์.. คราวนี้รู้สึกจะมีรูปราวๆ 600 รูป ..บวกลบ ไม่เขียนไดกันตาแหกหรือนี่ T T หน้านี้ขอคั่นด้วยการบ่นสรรพเพเหระก่อนแล้วกันนะ ส่วนใครอยากติดตามภาคแรกและภาคสอง ก็เชิญกดอ่านกันไปก่อนได้นะจ้ะ เดี๋ยวหน้าต่อไปจะกลับมาอัพเรื่องทริปปีใหม่ภาคสามต่อ.. เหลืออีกสามวันเท่านั้น (กับรูปฉันอีกร้อยกว่ารูป) หรือจะตัดจบเลยดีเนี่ย เยอะเกิ๊น กลับมาแล้วก็ยังปรับชีวิตยังไม่ค่อยได้เท่าไหร่ สวัสดีกับกองงานสุมหัว .. ทั้งงานราษฎร์ และงานหลวง ใช้เวลาสามสี่วันในการเคลียร์งานที่ออฟฟิศ เพื่อที่จะโงหัวขึ้นมาพบว่า… อีกสองวันแกต้องส่งโปรเจคนะโว้ย !!! อ๊ากกกกกกกกกกกก อยากจะอุทานเป็นภาษาฮิบรู TT TT อากาศที่นี่ก็ดันหนาวยะเยือกแข่งกับเชียงใหม่ซะอีก ลงรถไฟมา [...]

ปีใหม่ ใจดวงเดิม (2)

เที่ยงคืน สามสิบแปดนาทีแล้ว.. พรุ่งนี้เกศจะเดินทางไปเชียงใหม่ (อีกครั้ง) ทั้งๆที่เพิ่งจะกลับมา ซักเสื้อผ้าแห้งเสร็จหมดก็พับลงกระเป๋าไปใหม่ ออกเดินทางตอนทุ่มครึ่ง เกศเก็บของลวกๆเสร็จแล้ว มีแต่เสื้อห้าตัว กางเกงขาสั้น และชุดนอน เป็นกระเป๋าสัมภาระสำหรับหนึ่งสัปดาห์ที่มีของอยู่ข้างในน้อยมาก เครื่องอาบน้ำทั้งหลายแหล่ เกศเอาไปแค่ชุดคอนแทคเลนส์อย่างเดียว .. นอกนั้นไปขโมยเพื่อนเอาดาบหน้า กระเป๋าเบาโหวง ทั้งกระเป๋าเสื้อผ้า และกระเป๋าเงิน เป็นทริปยาจกที่ยาวนานอีกทริป ค่อนข้างมั่นใจมากกว่า ค่าใช้จ่ายจะหมดไปกับค่าที่พัก และค่าเหล้าเท่านั้น เห้อ.. ตับฉัน.. … ก่อนจะหายหน้าไปอาทิตย์หนึ่งเต็มๆ ขอบันทึกทริปปีใหม่ภาคสองต่อก่อนแล้วกัน (ภาคแรก กดที่นี่ ) รูปเยอะเช่นเคยนะจ้ะ

ปีใหม่ ใจดวงเดิม

ผ่านไปอีกหนึ่งปี.. อีกหนึ่งปีที่รวดร้าว ยาวนาน ไว้อาลัยให้กับทุกสิ่งที่พ้นผ่าน และยืดหน้า พร้อมรับกับทุกสิ่งที่กำลังจะเข้ามา …. ทริปปีใหม่ปีนี้ กินเวลาห้าวันเต็ม เกศยังคงหอบหิ้วน้องหมาสีชมพู ตุ๊กตาสุดรักที่พี่ติ๊กเคยให้ เอาไปด้วยทุกสารทิศ นอนกอดกี่ครั้ง ก็ยังอบอุ่นใจเหมือนเดิม อากาศเมืองเหนือ.. หนาว.. เฉพาะเวลากลางคืนกับตอนเช้า เสื้อหนาวที่หอบหิ้วไปถุงใหญ่ แทบไม่ได้หยิบออกมาใช้ ลมแรงหน่อยก็กอดน้องชาย กอดแม่ กอดพ่อ พอกลางวันเราก็แยกร่างออกจากกัน ร้อนจนตัวไหม้ แขนเกรียมกำลังดี อากาศร้อนน่าเกลียดเป็นที่สุด แต่ถึงอย่างนั้น ก็ยังถ่ายรูปมาเยอะ.. มาก น่ากลัวว่าหน้านี้จะยาวนาน และโหลดช้ากับเนตเต่าถุยเป็นแน่แท้ ใครขี้เกียจดูรูป และมั่นใจว่าเบื่อหน้าเกศแล้ว เปิดข้ามหน้านี้ไปได้เลยนะคะ แต่ถ้ายังไม่เบื่อ ก็เชิญกดอ่านต่อกันไป (ทำใจเบื่อหน้าเกศไว้ด้วยนะ) สวัสดีปีใหม่ค่ะทุกคน