ฉันเหนื่อย ฉันสบายใจ
วันนี้เป็นวันที่สองแล้ว
วันที่สอง หลังจากลูกจ้างตัวแสบสองคน เก็บข้าวของหนีออกจากร้านไป
นั่นแปลว่า ฉันและพ่อกับแม่ต้องทำทุกอย่างในร้านเองทั้งหมด
ตั้งแต่ร้านเปิด จนร้านปิด โดยไม่มีใครมาช่วยเลยสักคน
เหนื่อยมาก
ลำพังตอนมีลูกจ้างอยู่ ก็ทำอะไรแทบจะไม่ทันอยู่แล้ว
ตอนนี้เกศกับแม่ก็เลยวิ่งพล่าน มือขาขวิดกันพัลวัน
หนักที่สุดก็คงจะเป็นช่วงเที่ยง ลนลานบริการลูกค้าไม่ทันและไม่ทั่วถึง
หนักใจ ไม่รู้จะเพิ่มมือเพิ่มขาตัวเองได้ยังไงจริงๆ
สาเหตุที่ลูกน้องหนีออกไป
เป็นเพราะ “เค้าคิดว่าเราไม่รักเค้าเหมือนเดิม”
อืม.. อะไรของมึง?
ไม่เข้าใจว่ามันคิดว่ามันเป็นเจ้าของร้านรึไง
หม้อกระเพาะปลา พวกมันทำไม่ดี ไม่สะอาด เราก็เข้าไปทำแทน.. มันก็โกรธ
พอทำของเสียหายแล้วถูกต่อว่า มันก็หน้าเง้าหน้างอ ขอลาออก
แล้วก็มาโวยวายว่าเราไม่รักมันเหมือนเดิม
นี่เอ็งทำของตูเสียเป็นกิโลๆ จะให้ตูปลามปลื้มยินดีงั้นรึ?
อีปลวก ญาติยังสบายดีอยู่รึเปล่า
ไม่เข้าใจว่าเราทำอะไรผิดตรงไหน
ทำดี ก็ชม อยากได้อะไรก็ซื้อให้ ไม่มีทีวีดู ก็ติดสัญญาณให้
ที่อยู่ที่กิน ข้าวปลาก็ซื้อมาประเคนให้
แล้วนี่เอ็งทำผิด ตูไม่มีสิทธิ์แตะต้องเลยรึ
ตูเป็นเจ้าของร้านนะ
แล้วอยู่ดีๆคิดจะไปก็เก็บข้าวของหนีไปเลย
อื้มหืม..
แบบนี้เขาเรียกว่าสันดานใช่ไหม?
ฉันว่าใช่นะ
ไม่เป็นไร อยากไปก็ไป ฉันไม่ง้อ
หงุดหงิดนิดหน่อยก็ตรงที่มันทำให้แม่ต้องเสียใจ และต้องเหนื่อยเพิ่มขึ้นอีกเยอะ
ฉันเองน่ะไม่เท่าไหร่หรอก
ตอนนี้ตัดสินใจโดดเรียนไปช่วยงานที่ร้านทุกวัน เพราะยังหาคนมาช่วยที่ร้านไม่ได้
เอาจริงๆ ก็ไม่อยากหาใครมานักหรอกนะ
เหนื่อยน่ะใช่ เหนื่อยมาก
แต่สบายใจ
ทุกวันนี้ตื่นตีสี ไปถึงร้าน ทำงานจนโงหัวไม่ขึ้น ได้กินข้าวเช้าเอาก็ตอนบ่ายโมงกว่า
กินแค่สิบนาทีแล้วก็ทำงานต่อ .. ล้างจาน เก็บร้าน เตรียมกับข้าว
ได้โผล่หน้าออกจากกองจานอีกทีก็ตอนห้าโมงเย็น
ขาล้า หน้ามันแผล่บ แต่ก็ยังเจือไปด้วยรอยยิ้ม
เช็ดเหงื่อกันสองคนกับแม่ ก็ยังดีกว่าต้องมานั่งกุมขมับกับเรื่องไม่เป็นเรื่อง
ได้แต่ภาวนาขอให้ปัญหาหยุดเดินหน้ากันเข้ามาเสียที
ตูจะเป็นลม
Posted on November 17th, 2009 by KateZila
Filed under: Blog
น่าสงสารจัง … เจอแบบนี้คงเซ็งน่าดู …
จ้างมาทำงานนะเฟร้ย ไม่ได้จ้างมาเอาใจ … เหอๆ
มันอยากไปก็ช่างมันเถอะนะ … ลูกจ้างแบบนี้เลี้ยงไปก็เสียข้าวสุก อิอิ
ยังไงสู้ๆน๊า … ขอให้ได้ลูกจ้างใหม่ไวๆเน้อ อิอิ
จ้างกรูดิ จ้างกรู
“เมื่อเลือกการค้าขายให้ตระหนัก
ถึงลำบากใจบ้างควรว่างเฉย
อย่าปากร้าย ใจร้อนเหมือนก่อนเลย
ฝึกให้เคยอ่อนน้อม พร้อมถ่อมตน
ย่อมมีบ้างแหละหนาคำว่าติ
ตรองดูซิเค้าว่าน่าฉงน
ควรรู้หลักหว่านล้อมพร้อมอดทน
หากฝึกฝนตนได้ค้าขายดี”
เอามาฝากครูเกศ
ไม่ได้มี เจตนาอื่นได้นะครับ ครูเกศ
เพียงแต่ว่ากลอนนี้ ป๊ะป๋า เบียร์ แต่งเอาไว้ใช้กะที่ร้านเหมือนกัน อะครับ ^^
โรเบิต คิยาซากิ เคยเขียนไว้ในหนังสือพ่อรวยสอนลูกทำนองว่า “การบริหารคนเป็นหนึ่งในส่วนสำคัญที่สุดในการทำธุรกิจ”
การหาลูกทีม (หรือลูกจ้าง) เป็นภารกิจที่เหมือนกับการจูบกบหลายๆตัว เราต้องจูบมันๆๆ จนกว่าจะมีกบตัวหนึ่งกลายร่างเป็นเจ้าชาย …พอเราได้เจ้าชายแล้ว จงดูแลและรักษาเขาให้ดี เพราะเขาจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจเราที่ทำเงินให้เรามากกว่าที่เราจ่ายค่าจ้างให้เขาเสียอีก
ดังนั้นอย่าได้กลุ้มใจไป ถ้าเผลอไปจูบกบเน่าๆ ก็จงโยนมันลงบ่อไป หน้าที่ของเราคือหากบตัวใหม่มาจูบไปเรื่อยๆ จนกว่าจะเจอตัวที่ใช่
สรุปว่านี่ไม่ใช่ “เรื่องน่ากลุ้มใจ” แต่เป็นเพียงหนึ่งในขั้นตอนการหาลูกทีมมาเติมเต็มธุรกิจของเราตะหาก
ปัญหาจริงๆคือลูกค้าเราล้นร้านเราจะจัดการยังไง? ปัญหาไม่ใช่เจอว่าเราดันไปเลือกลูกจ้างห่วยๆหรอก
ดังนั่้นจงมองโลกในแง่ดีเข้าไว้ ก้มหน้าก้มตาหากบจูบต่อไป
อ่า…เจอมรสุมชีวิตอยู่นี่เองถึงได้เลื่อนสอนไปฉองอาทิตย์ล่ะ…เหอ…เหอ TT^TT
อย่างงี้มันถึงเรียกว่า “คน” ไงล่ะ คนไปคนมา มันเป็นบทพิสูจญ์ของชีวิตอีกบทหนึ่งน่ะ ผ่านไปได้ก้อต้องเจออีกล่ะ หนีไม่พ้น วนๆ เวียนๆ ไปตลอดนั่นแหละ >_<"
อ่ะนะ…ถือว่ามันเป็นบทพิสูจญ์แห่งความเข้มแข็งล่ะกันนะ อีกหน่อยเจอเรื่องแบบนี้อีก ก้อ "โอ๊ยยยยย…เรื่องแค่นี้…ชิว…ชิว…สิว…สิว…ฟ่ะ" แล้วก้อหัวเราะเอิ๊กส์อ๊ากส์ ก้มหน้าล้างจานต่อไป 555 ^^
สู้ๆ จ้า ^^
ตกข่าวอย่างร้ายแรง เพิ่งรู้ว่าทำร้านก๋วยเตี๋ยว
(กว่าจะรู้เด็กที่ร้านก็ลาออกซะแล้ว)
สู้ๆนะเกศ เป็นกำลังใจให้จ้า เกศขยันมากๆ
พี่เกศสู้ๆ น้าาาา >w<
ไว้ว่างๆ จะพยายามไปหานะค้าาา (ไกลมากชิมิ T.T)
อัพเหอะ อยากอ่านของใหม่แล้ว