ร้านก๋วยเตี๋ยวของฉัน

เปิดร้านมาเป็นเดือนที่สามแล้ว

เพิ่งนึกขึ้นได้ว่ายังไม่ได้ถ่ายรูปร้านเลย
วันนี้ก็เลยถ่ายเสียหน่อย ด้วยกล้องมือถือแอลจีไอติมที่นาวินซื้อให้เป็นของขวัญวันเกิด

หน้าร้านรวมๆ

รูปร้านโดยรวมๆ
ไม่มีรูปที่ถ่ายเก็บได้ทั้งร้านเลย เพราะมุมกล้องมันไม่พอ

แต่ก็ประมาณนี้ล่ะนะ

ร้านจัดโล่งๆ สว่างๆ เป็นโต๊ะแสตนเลสวาววับ กับเก้าอี้ไม้กลมโบราณทั้งสองห้อง
ชั้นสองเป็นออฟฟิศพ่อ มีคอมให้เล่น มีเตียงผ้าใบไว้ให้นอนสลบตอนขายของเสร็จ

วันนี้เอารูปปั้นเทพเจ้าแมวชิจิฟุคุจินตัวเล็กสีดำ ไปวางเพิ่มที่เคาท์เตอร์อีกหนึ่งตัวด้วย
องค์นี้ถือพัด (เค้าบอกว่าจะช่วยพัดเงินเข้าร้าน.. ประมาณว่ามีเงินเดินสะพัด)
นาวินเพิ่งซื้อให้ใหม่เมื่อวาน หลังจากคุณลุงคนขายบอกว่า เกศเกิดวันพุธกลางคืน น่าจะบูชาตัวสีดำนะ
ส่วนตัวใหญ่สีขาวนั่น นาวินซื้อให้ตั้งแต่ตอนเปิดร้านวันแรกแล้ว ก็เหมาะสำหรับแม่ที่เกิดวันอังคาร

ตอนนี้ก็เลยช่วยกันกวักใหญ่เลย ^__^

คุณลุงคนขายบอกว่า มีบทสวดให้ท่องด้วยนะ

คือให้ภาวนาชื่อเทพชิจิฟุคุจิน ชิจิฟุคุจิน ชิจิฟุคุจิน หลายๆรอบ
วันนี้กษิราก็เลยท่องแต่คำนี้ในใจทั้งวันเลย

เฮ้อ ช่างเป็นเทพเจ้าที่แปลงร่างมาได้น่ารักจริงๆ

ตอนนี้ที่ร้านมีปัญหาหนัก

สุดๆเลยอย่างน้อยสองปัญหาแล้ว

ข้อแรก คือลูกน้องเนรคุณ T T
เลี้ยงให้ดี รักให้ตาย ก็เห็นแก่ตัวและเอาแต่ใจเป็นที่สุด
อันนี้เป็นปัญหาโลกแตก ที่พยายามแก้ไขอย่างสุดความสามารถอยู่

ส่วนปัญหาข้อที่สอง คือ แมลงวัน

เยอะมาก !!!!

คือ มันก็ไปทุกร้านแหละนะ แต่ฉันรำคาญน่ะ เข้าใจไหม

พยายามหาวิธีแก้ไข ไล่ กำจัด ทุกวิถีทางแล้ว
ทั้งถุงน้ำ พริกแห้ง ขวดดักแมลงวัน ฯลฯ ทุกอย่างที่เค้าแนะนำมาก็ลองหมดแล้ว

ล่าสุด.. ใช้กาวดัก

เอากาวทาไม้ ทาถาด เอาอาหารมาล่อ
ล่อแมลงวัน

ได้จิ้งจก !!!

ไอ้ชิบหาย  มึงมาติดกาวกูทำไม !!!

แล้วนอนนิ่งเลยนะ นิ่งซีด กระดิกไม่ได้ -*-
จะช่วยก็ไม่รู้จะช่วยยังไง
เอาไม้กวาดไปเขี่ยๆ น้องจิ้งก็กระดิกๆ แต่ไปไหนไม่ได้

สงสารก็สงสาร กลัวก็กลัว
ยืนเท้าสะเอวด่าจิ้งจก สั่งสอนให้มันสลัดหางหนีไป มันก็นอนมองตาแป๋ว น่าหยะแหยงมาก

โว๊ะ สลัดหางทิ้งอ่ะ ทำเป็นมั้ยเนี่ย
เสียชาติจิ้งจกหมด

แล้วที่แย่ไปกว่านั้นคือ
แมลงวัน ..แม่งบินมาเกาะจิ้งจก !!!

โอ้ย เวร เอาเข้าไป จะอะไรกันนักกันหนาวะเนี่ย

กิจวัตร

21 กันยายน 2552

5.00 น.
- พ่อเคาะประตูปลุกสามก๊อก ต่อด้วยเรียกอีกสองที ไอ้เกศพยักหน้ารับ .. พ่ออยู่นอกห้องคงเห็นหรอกนะ

5.15 น.
- แกะตัวออกจากเตียง ลุกไปเข้าห้องน้ำ ตายังลืมไม่ขึ้น

5.40 น.
- อาบน้ำสระผมเสร็จแล้ว วันนี้ใส่เสื้อตัวไหนดีนะ

5.45 น.
- เสื้อขาวก็แล้วกัน

6.00 น.
- ลงมาข้างล่าง พ่อก็ใส่เสื้อขาวเหมือนกัน.. เย้

7.30 น.
- ถึงร้าน วันนี้ไม่ได้แวะตลาดซื้อของ .. แม่ยกหมูสามชั้นที่ต้มเมื่อคืนเตรียมไปทอดหลังร้าน พ่อไปนับเงินทอน ไอ้เกศพุ่งไปหน้าหม้อน้ำซุป

7.35 น.
- อืม.. ซุปเนื้อมีน้ำสต๊อกเยอะ รสชาติยังใช้ได้ .. ซุปหมู .. จืดสนิท – -”

7.40 น.
- เกศคั่วเครื่องแกงเพิ่ม พ่อกับแม่กำลังอบรมเด็กลูกจ้างคนใหม่ที่ทำงานไม่ได้เรื่อง

8.00 น.
- ลูกค้ามาแล้วแต่ซุปยังไม่เสร็จ.. อ้อ สั่งข้าวงั้นรึ รอดตัวไป

8.15 น.
- น้ำเดือดพล่าน ไอน้ำจากหม้อลวกท้องแขนขวาเป็นแถบแดงเถือก ร้อนและแสบ T T

8.30 น.
- เสร็จแล้ว ซุปอร่อยมาก !!

8.40 น.
- ทำความสะอาดเคาท์เตอร์ แมลงวันเยอะมาก มันมาตามกลิ่นเลือดเครื่องในหมูแน่ๆ
- หาจานมาปิดชามอาหารทุกใบ แมลงวันยังคงบินเกาะจาน

9.00 น.
- ลูกค้ามากินเกาเหลาเนื้อสองคน สั่งข้าวเพิ่มด้วย ดีใจจัง

9.30 น.
- กินข้าวเช้า ประกอบด้วยขนมปังกับชาดำเย็น

10.00 น.
- พักรอบเช้า ขึ้นห้องคุ้ยกูเกิ้ล หาวิธีไล่แมลงวัน + อัพบล๊อกไปด้วย
- พี่ติ๊กสุดสวยทัก MSN ห่วงใยต่อเนื่องจากบล๊อกจิตตกของเกศเมื่อคืน

10.30 น.
- แก๊สหมด โทรสั่งแก๊ส

10.35 น.
- พี่กูเกิ้ลบอกให้เอาพริกแห้งไปวางไล่แมลงวัน .. เอาพริกไปวาง แมลงวันบินมาเกาะพริก -*-
- ปรึกษาพี่ติ๊ก พี่ติ๊กบอกให้แสดงรำพัดด้วยไม้ตียุงไฟฟ้า

10.45 น.
- พี่ก้อยเรียกประชุมทาง MSN ให้เตรียม Workshop ของ Adobe และนัดประชุมอาจารย์คอร์สเว็บ
- พ่อขึ้นมาเก็บกวาดห้อง และย้ายเครื่องเสียงออกไปใกล้ๆหน้าร้าน

11.20 น.
- เตรียมตัวลงไปขายของ

11.30 น.
- แม่ขึ้นมาทำหน้ายิ้มแย้ม บอกว่าหาวิธีปราบแมลงวันได้แล้วนะ.. ถามแม่ว่าทำยังไง .. แม่ตอบว่า “ตี!

11.50 น.
- ลูกค้ามาแล้ว โต๊ะแรกก็ทำผิดเลย เย้

13.30 น.
- ลูกค้าหมดแล้ว วันนี้มั่วมาก วิ่งจนขาขวิดกันไปมา.. ถือซะว่าทำให้ลูกค้าฮาเป็นการไถ่โทษ

14.15 น.
- นั่งอ่านบอร์ดฟอนต์ และหาแรงบันดาลใจทำงานส่งอาจารย์ .. ได้ข่าวว่า deadline อาทิตย์หน้านี่แล้ว ทำไมยังไม่เริ่มทำ?

14.30 น.
- ทำใบเสนอราคาให้ลูกค้าเจ้าใหม่ โทรมาเมื่อกี้ คูณภาษีผิดๆถูกๆ

14.35 น.
- เหมือนยังไม่ได้กินข้าวกลางวันแฮะ

14.40 น.
- พ่อเดินขึ้นมาถามว่าจะกินอะไร .. สั่งบะหมี่แห้งหมูกรอบไปแล้วนั่งทำใบเสนอราคาต่อ

14.50 น.
- ลงไปกินข้าวเที่ยง

15.30 น.
- ขึ้นมาทำเอกสารหยุบหยิบ ส่งแฟกซ์ให้ลูกค้า แม่หาเครื่องพิมพ์ดีดไฟฟ้าไม่เจอ

15.40 น.
- เจอแล้ว ลูกน้องเก่าเอาไปซุกไว้ตรงบันไดชั้นสาม ฝุ่นเขรอะมาก
- ช่วยแม่พิมพ์เอกสาร พิมพ์ผิด แป้นลบคำผิดหมด.. ไม่เป็นไร เดี๋ยวออกมาใช้ลิควิดลบก็ได้

15.50 น.
- ซวยแล้ว ลิควิดอยู่ไหนวะ

16.15 น.
- เจอลิควิดแล้ว เขย่าแกร่กๆ .. ลิควิดหมด -*-
- บีบบังคับให้มันออกมาทำหน้าที่ ได้หยดสีขาวมาสองหยด เกลี่ยๆให้มันทั่วๆ .. ก็โอเควะ

16.20 น.
- เสร็จแล้ว กลับบ้าน !!

16.30 น.
- ห่อข้าวกับหมูกรอบที่เหลือกลับมากินที่บ้าน ขึ้นรถปั๊บ หลับสนิท

17.40 น.
- ลืมตาขึ้นมา.. อืม ยังอยู่บนรถ วิวข้างนอกเป็นลานจอดรถซีคอนสแควร์

18.00 น.
- ซื้อคอนแทคเลนส์สำหรับครึ่งปี แวะเข้าซุปเปอร์ ได้แก๊สกระป๋องมา 15 กระป๋อง , ปีกไก่บนสองกิโล , หมูสามชั้น และ ไอติม !!

19.20 น.
- ถึงบ้านซักที อุ่นข้าวกินและถกกันเรื่องปัญหาในการบริการลูกค้าวันนี้
- ได้ข้อสรุปว่าทุกคนสติแตก รับออเดอร์และเสิร์ฟอาหารได้มั่วมาก เพราะฉะนั้นพรุ่งนี้จะปรับโต๊ะเคาท์เตอร์ใหม่ แยกส่วนกันทำงาน เผื่อจะเร็วขึ้น

20.00 น.
- ไอ้เกศเก็บจานเข้าไปล้างหลังบ้าน พ่อกับแม่นั่งจดรายการของที่ต้องซื้อที่ตลาดพรุ่งนี้เช้า น้องกัญจน์นั่งเล่นเกม

20.30 น.
- เสร็จงานสำหรับวันนี้ เดินขึ้นห้อง ปั่นบล๊อก ปั่นบอร์ด และจะอาบน้ำนอนภายในหนึ่งชั่วโมง

———————

ราตรีสวัสดิ์เมืองกรุง

เปลี่ยน

ลมพัดมาอีกแล้ว..

อากาศแปรปรวนทุกวัน .. เหมือนอารมณ์ของฉันไม่มีผิด

งานการยังคงเยอะเหมือนเดิม
และฉันก็ยังคงดองมันเอาไว้เหมือนเดิม

อะไรแย่ๆ ก็ดูจะคงที่อยู่เหมือนเคย

แต่ฉันรู้ว่า ฉันกำลังเปลี่ยน

ไม่มากก็น้อย.. แต่ฉันกำลังเปลี่ยนไปอีกแล้วจริงๆ

ในทางที่ดีขึ้นหรือแย่ลงก็ไม่รู้เหมือนกัน

เปิดร้านก๋วยเตี๋ยวมาได้เดือนที่สองแล้ว

คนเริ่มรู้จัก เริ่มเข้าร้านเยอะขึ้น
มีลูกค้าประจำแล้วด้วยนะ

ทุกวันนี้ ถ้าไม่มีเรียนและไม่มีสอน (หรือถ้าโดดเรียนได้)
ฉันจะตื่นตีห้า ไปประจำการอยู่ที่ร้านก๋วยเตี๋ยวหลังอมตะนคร
ชื่อร้านเถ้าแก่ลี่

ใช่.. ชื่อฉันเองแหละ ลี่เจวียน

หน้าที่หลักของฉันในแต่ละวัน คือรับผิดชอบน้ำซุปทั้งฝั่งเนื้อและหมู
เพราะฉะนั้น พอถึงร้าน ฉันก็จะพุ่งตรงไปตรวจหม้อ ตรวจเตา และเริ่มคั่วเครื่องแกงใส่ซุป

แม่จะเดินไปดูแลทุกอย่างหลังร้าน ย่างหมูแดง ทอดหมูกรอบ ตุ๋นซี่โครงหมู
พ่อเป็นมือมีด รับผิดชอบเชือดพวกเนื้อสด หัวใจ หมู และทุกๆอย่างที่ใช้ของมีคม

เตรียมงานกันเสร็จราวๆเก้าโมง
จัดร้าน ไหว้พระ กินข้าวเช้ากันตอนราวๆสิบโมง

พอสิบเอ็ดโมงครึ่งก็เริ่มรับลูกค้า ยาวไปถึงบ่ายโมงนิดหน่อย
ฉันรับออเดอร์ส่งให้แม่ที่อยู่หน้าเตา เสิร์ฟน้ำ แจกหนังสือพิมพ์ เก็บเงิน
พ่อประจำโต๊ะหมูแดงหมูกรอบ คอยแล่คอยหั่น
และแม่อยู่หน้าเตา ลวกเกาเหลาตามแต่ออเดอร์ที่ฉันส่งให้

..

เราปิดร้านกันตอนบ่ายสามกว่าๆ

คนหมด ของหมด

ขากลับบ้านแวะแมคโครซื้อของแห้งที่ขาดบ้าง ส่วนของสด ต้องรอเข้าตลาดเช้าวันรุ่งขึ้น
กลับถึงบ้าน ห่อข้าวที่เหลือจากร้านมากินกันเป็นข้าวเย็น

อาบน้ำทำอะไรเสร็จก็ราวๆสองทุ่มสามทุ่ม

หลังจากนั้นฉันก็จะหลับเป็นตาย

แล้ววัฏจักรประจำวันก็จะหมุนวนแบบนี้ไปเรื่อยๆ

ยกเว้นวันไหนที่ฉันมีเรียนหรือมีสอน ก็จะไม่ได้ไปช่วยที่ร้านด้วย
แต่จะกลับบ้านมาซักผ้ารีดผ้าของทุกคนในช่วงบ่ายแทน

เคลียร์งานบ้านเสร็จหมดบ้าน พ่อกับแม่ก็จะกลับมาจากร้านพอดี

เอาจริงๆ ชีวิตแบบนี้มันก็สนุกดีเหมือนกัน

ฉันเริ่มชินกับการตื่นนอนตอนตีห้า และเข้านอนตอนหัวค่ำทุกวันแล้วนะ

เมื่อไหร่ก็ตามที่ตายังเปิดอยู่หลังสี่ทุ่ม (เช่นวันนี้)
ฉันจะเริ่มเวียนหัว ปวดตา พะอืดพะอมเหมือนจะอ้วกออกมาให้ได้

แต่วันนี้ ฉันไม่อยากนอน

อะไรบางอย่างก็ไม่รู้ พัดหมุนวนอยู่ในหัวมาได้สักอาทิตย์นึงแล้ว

ฉันว่ามันบั่นทอนเกินไปนะ ใกล้ๆจะทนตัวเองไม่ไหวแล้วด้วย

ความรู้สึกที่ว่าตัวเองกำลังเปลี่ยนไป .. มันก็เป็นเรื่องดี
แต่มันแย่ตรงที่ ความรู้สึกไม่แน่ใจในตัวเองมันดันตามมาด้วย

..

ฉันกำลังทำอะไรอยู่เนี่ย?

ตกลงแล้ว ฉันต้องการอะไรกันแน่?

..

เกลียดจริงๆที่ไม่เคยรู้จักหรือเข้าใจอะไรในตัวเองเลย

ได้แต่ปล่อยให้ตัวเองเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาทุกที

..

แย่จริงๆ

จิตตก

อีกอาทิตย์ที่ยุ่งเหยิง

โหย.. ยุ่งจริงๆนะ ทำไมอาทิตย์นี้มันถึงได้สับสน วุ่นวาย มากมายขนาดนี้ก็ไม่รู้

เริ่มจากงานโปรเจคที่มหาลัย (ไม่ค่อยคืบ T T – ขอบคุณนาวินที่ช่วยค่ะ)
งานจิปาถะจัดเตรียมโน่นนี่ สำหรับร้านก๋วยเตี๋ยวที่จะเปิดวันศุกร์นี้ (เห้ย.. มะรืนนี้แล้วดิ !!)
แล้วยังจะอุตส่าห์มีสอนรอบค่ำในวันอังคารกับพฤหัสแถมเพิ่มเข้ามาอีก (ฮือ..)

ตาย ตาย เอาให้ตายกันไปข้างเลย

เพื่อนเกศที่มหาลัยคนหนึ่ง กำลังจะถอดใจและขอดรอป

ใจหายวูบ เพราะเป็นเพื่อนที่เกศสนิทที่สุดคนนึงในคณะเลยนะ
ไม่รู้ว่าด้วยความเครียด หรือกดดันรุนแรงอะไร.. แต่หลังจากทุกคนทั้ังโวย ทั้งปลอบใจแล้ว เธอก็ยังยืนยันคำเดิม

ฉันเบื่อ ฉันจะดรอป

ก็สุดที่ใครจะต้านทานหัวใจ แต่เพื่อนๆไม่มีใครอยากให้แกดรอปเลยจริงๆนะ

เกศเองก็กำลังเบื่อตัวเอง เบื่องานที่ทำ เบื่อเวลาที่กดดัน เบื่อความขัดแย้งแข่งขัน เบื่อความสับสนวุ่นวายรอบๆตัว
แต่ถ้าเกศจะถอดใจดรอป เกศก็รู้ว่าเกศคงไม่กลับมาเรียนต่อให้จบแน่ๆ

และนั่นก็จะหมายถึงความล้มเหลวอีกครั้งของชีวิตเกศ

ซึ่งเกศทนความปวดร้าวไร้ค่าของตัวเองแบบนั้นไม่ได้อีกแล้ว

มันบ่อนทำลายจิตใจเกินไป.. ทำร้ายตัวเองเกินไป

เกศตัดสินใจเรียนโท เพราะอยากให้ตัวเองมีคุณค่าอะไรในตัวให้น่าภูมิใจได้บ้าง
เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะย่ำแย่แค่ไหน เกศก็ต้องดันตัวเองให้จบให้ได้

เกศต้องชนะตัวเองให้ได้

พรุ่งนี้เกศมีเรียนตอนบ่าย แล้วก็สอนต่อตอนค่ำ

เป็นครั้งแรกในรอบ.. เอ่อ.. หลายเดือนเลยนะ ที่เกศจะได้นอนตื่นสายบ้าง

พูดไปงั้นแหละ เดี๋ยวเอาเข้าจริงก็ตื่นหกโมงครึ่งอยู่ดี
ร่างกายจดจำเวลานาฬิกาชีวิตไว้แบบนี้
ไม่ว่าจะนอนดึกแค่ไหนก็ลืมตาตอนหกโมงครึ่งทุกวัน

ทำไมนิสัยมันดูเหมือนผู้หญิงวัยทองเลยวะ !!

เกลียดการขับรถกลางคืนจังเลย

มีแต่คนใจร้าย ปาดซ้ายปาดขวา
จะรีบไปไหนกันนัก?

ขับช้าๆ เพลินๆไป ให้ถึงที่หมายแบบสบายใจไม่เป็นกันรึไง

..

บ่นเหมือนผู้หญิงวัยทองอีกแล้วตู T T

ไข้หวัดใหม่ สายพันธุ์ใหญ่ สองพันก้าว

อยู่ดีๆก็เจ็บคอ ตัวร้อน นอนกระสับกระส่าย

ไข้ขึ้นจนตัวร้อนเหมือนตาจะลุกเป็นไฟได้ แต่ก็ยังทำตัวชิวๆ

นอนเพลินๆ เอาผ้าชุบน้ำบิดหมาดมาโหมะหัว โหมะแขนขา และกินยาเป็นว่าเล่น

พยายามไม่คิดอะไรมาก

คิดซะว่าป่วยกับเค้าบ้าง จะได้อินเทรนด์

แต่ดูท่าทางคนรอบข้างจะไม่ชิวกับเราด้วยเลยแฮะ

= =”

ตัดสินใจโดดเรียนวันอังคาร

และอาจจะลามไปถึงวันพุธด้วย ถ้าอาการยังไม่ดีขึ้น

พรุ่งนี้คงโทรบอกพี่ช้าง ฝากลาอาจารย์ที่เคารพทั้งหลายด้วย
อยากเข้าเรียนวันอังคารมาก อยากดูงานเพื่อนๆ อยากฟังคอมเมนต์อาจารย์

วันพฤหัสสิอยากนอน แต่จำเป็นต้องไป

เฮ้อ

T T

นอนดีกว่า

ไม่ได้เป็นอะไร

อย่าปิดบังฉัน

เพียงเพราะเธอไม่ต้องการให้ฉันเสียใจ

 

เพราะทันทีที่เธอทำอย่างนั้น

ความสบายใจในการอยู่ด้วยกัน มันก็หายไปหมดแล้ว

 

 

ฉันไม่ได้เป็นอะไร

 

เพียงแต่เกลียดที่เธอต้องมาคอยหลีกเลี่ยงใครๆ
เพราะใส่ใจความรู้สึกของฉันอยู่เรื่อย

ฉันโตแล้วนะ

เข้าใจเองได้แล้วว่าเธอคุยกับใคร หรือหลบหลีกใครเพื่อฉันบ้าง

 

พอซักที

เพราะมันทำให้ฉันเกลียดตัวเอง

 

พอซักที

 

อยากไปไหนกับใครก็ไป

 .

.

.

เลิกแคร์ฉันซักที

 

 

สิ้นไร้แรงบันดาลใจ

ฉันนั่งนิ่งๆ หน้าคอมมาห้าวันแล้ว

ห้าวันเต็มๆ

เวลาผ่านไปโดยไร้ประโยชน์ เมื่อกล้ามเนื้อสมองไม่ทำงาน
ฉันเกลียดความรู้สึกแบบนี้ที่สุด

วันนี้เป็นวันที่หกแล้ว ของการนั่งนิ่งๆหน้าจอสี่เหลี่ยมคู่ชีวิตจอนี้

และพรุ่งนี้ ก็เป็นวันกำหนดส่งงาน

ซึ่งมันไม่ได้ช่วยให้สมองฉันทำงานได้ดีขึ้นเลย

เล็บยาว

และเมื่อฉันงุ่นง่าน หงุดหงิด มือก็ขูดขีดกรีดเกาไปทั่ว
ผลที่ได้ คือรอยแผลเป็นทางยาว ถลอกบ้าง เป็นจ้ำช้ำเลือดบ้าง
ประปรายไปทั่วตัว น่ากลัวเป็นที่สุด

แต่ถึงอย่างนั้น ฉันก็ยังไม่หยุด

เหมือนพวกโรคจิตพูดจาไม่รู้เรื่องนั่นล่ะ
อะไรที่รู้ว่าควรทำก็ไม่ทำ
อะไรที่รู้ว่าไม่ควรทำ ก็ไม่หยุดสักที

ว่าแล้วฉันก็เริ่มเกาที่แผลเดิม


ฤดูนกผสมพันธุ์อีกแล้ว

ที่หน้าต่างห้องนอนของฉัน จะมีครอบครัวนกเขาอยู่ครอบครัวหนึ่ง
แวะเวียนมาทำรัง กกไข่ เลี้ยงลูกอยู่เสมอ

จริงๆ ฉันก็ไม่รู้หรอกนะ ว่ามันเป็นนกครอบครัวเดิมรึเปล่า

(จะไปรู้ได้ยังไงล่ะ ก็หน้าตามันเหมือนๆกันทุกตัว)

แต่ฉันก็ดีใจที่มันกลับมาทำรังที่หน้าต่างห้องนอนของฉันนะ

มีความสุข ที่ได้ตื่นมาพร้อมๆ กับเสียงกระจุ๊กกระจิ๊กที่หน้าต่างห้องนอนตอนเจ็ดโมงเช้าของทุกวัน

เป็นนาฬิกาปลุกที่เจ๋งที่สุดในสามโลกเลย

เอาล่ะ

ฉันควรเริ่มทำงานสักที

เปิดเทอมแล้ว

อาทิตย์ที่สองผ่านไป

งานโหมกระหน่ำเข้ามาแทบจะไม่เป็นนอันหายใจแล้ว
ทั้งงานลูกค้า และงานเรียน

เวลาพักผ่อน เกศก็ยังคงมีอยู่ .. แถมใช้อย่างฟุ่มเฟือยเสียด้วยซ้ำ

นอนเท่าไหร่ก็ไม่เพียงพอ

….

เมื่อวาน เกศกับพ่อแม่ ไปไหว้พระที่อยุธยา

วัดพนัญเชิง

เรื่องราวย่ำแย่เกิดขึ้นกับบ้านเกศไม่เว้นแต่ละวันเลย ช่วงนี้
ไม่แปลกที่พ่อกับแม่จะพลอยเศร้าสร้อย หงอยจิตไปด้วย

ทำบุญบ้างอะไรบ้าง ให้หายใจหายคอคล่องขึ้นก็คงดี

..

แดดที่วัดร้อนแรง แผดเผา

แต่ยืนใต้ร่มเงาต้นไม้แล้วก็เย็นสบายดี

เกศเดินเปลือยฝ่าเท้า เหยียบพื้นร้อนๆไปทั่ววัด
มองดูคนโน้นคนนี้

ทุกคนก็คงมีเรื่องเดือดร้อนในใจกันหมด

ชีวิตนี่มันยากจัง

น้องกัญจน์ไม่สบาย

กลับมาบ้านด้วยอาการไข้สูงถึง 39 องศา

ตาลีตาเหลือกพาน้องไปโรงพยาบาลที่อยู่หน้าบ้าน
หมดค่าหมอ ค่ายา ค่ารักษา ไปพันห้าร้อยกว่าบาท

ถ้าพรุ่งนี้ไข้ไม่ลด ก็ต้องไปตรวจเลือดเช็คไข้เลือดออกอีก

..

ขอร้องแกมบังคับ ให้น้องหยุดเรียนอยู่ที่บ้าน

พรุ่งนี้ก็เลยใช้ชีวิตอยู่บ้านกับน้องชายสองคน
ส่วนพ่อแม่ไปหาลูกค้าตั้งแต่เช้าตรู่ .. แต่สัญญาเอาไว้ว่าจะกลับมาภายในครึ่งวัน

ถ้าเป็นอย่างนั้น

ก็จะเป็นครั้งแรกในรอบเดือนเลยนะ ที่ได้อยู่พร้อมหน้ากันสี่คนเกินครึ่งวัน

เรื่องร้ายๆ กับเรื่องดีๆ มันชอบมาพร้อมๆกันซะจริง

รักษาสุขภาพนะคะทุกคน

ฉันกำลังจะเปิดเทอม

อีกสี่วัน

เทอมหนึ่งหฤหรรษ์ ก็กำลังจะบังเกิดขึ้น

T__T

ระยะเวลาหยุดยาวสองสามเดือนที่ผ่านมา
เกศรู้สึกเหมือนว่าไม่ได้ทำอะไรให้เป็นประโยชน์กับตัวเองเลย

โปรเจคมากมายที่เคยตั้งใจไว้ว่าจะทำ ก็ไม่ได้เริ่มเป็นชิ้นเป็นอันซักอย่าง

สำเร็จอยู่อย่างเดียว ก็ไอ้การตะลุยสอนอย่างบ้าคลั่งเนี่ยหละ

แต่ตอนนี้ก็กลับมาเหลือวันเสาร์อาทิตย์อย่างเดียวละ
เฮือกกกก สูบพลังงงง

ใช้เวลาอันน้อยนิดที่เหลือ เค้นหาแรงบันดาลใจอย่างเต็มที่

ทั้งๆที่ควรคิดได้ตั้งนานแล้ว
เอาเข้าจริง เกศก็มาคิดเอาวันสองวันก่อนเปิดเทอมทุกที

ทำไมเป็นคนแบบนี้?

หรือเค้าเป็นกันแบบนี้หมดอยู่แล้วนะ?

ไม่หรอก.. เกศคงขี้เกียจเกินพิกัดเองแหละ

T T

ถ้าอย่างนั้น ตั้งแต่วันพรุ่งนี้เกศจะตะลุยหาแรงบันดาลใจอย่างจริงจังละนะ
ฮึบ !!

เมื่อตั้งใจได้ดังนี้แล้ว ก็ควรเริ่มต้นด้วยการนอนใช่มั้ย

ใช่ !!

ฮูเร !!

เจ็บหัวใจ

อีกแล้ว

อาการที่หายไปนาน กลับมาเป็นอีกแล้ว

คราวนี้ไม่ใช่แค่เจ็บหัวใจ
แต่มันลามไปเจ็บทุกส่วนของร่างกายเลย

ปวดเจ็บเนื้อตัว ตั้งแต่ต้นคอ หัวไหล ต้นแขน ลำตัว หน้าท้อง แผ่นหลัง ฯลฯ

เอาเป็นว่า มือแตะไปโดนส่วนไหนของร่างกายก็เจ็บปวดไปหมด
เจ็บเหมือนเจ็บกล้ามเนื้อเวลาเล่นฟิตเนสหนักๆ อย่างนั้นน่ะ .. เพียงแต่ว่าไม่ได้เล่น

ลากมือผ่านเบาๆ ก็รู้สึกได้แล้วว่ากล้ามเนื้อข้างใต้มันระบมอยู่

ไม่รู้ไปทำอะไรมา
รู้แค่ว่าทรมานมาก

เกศเป็นอะไรไปอีกแล้วเนี่ย T T

ฉันเป็นนักออกแบบกราฟิกไทย

เมื่อซักราวๆเดือนนึงที่ผ่านมา

พี่แอนนนนน ยักษาแห่งบอร์ดฟอนต์ดอทคอม ได้มาโพสแนะนำโครงการที่ว่านี่ให้เพื่อนๆในบอร์ดได้รับทราบกัน

ฉันเป็นนักออกแบบกราฟิกไทย โดย Practical Studio

ได้ยินครั้งแรกก็เกิดอาการตะลึงพรึงเพริด ร้องอู้หูอู้หาอยู่เป็นนาน
รู้สึกได้ว่า มันช่างเป็นโครงการที่น่าตื่นเต้น น่าสนุก และ น่ามีส่วนร่วมเป็นยิ่งนัก

แต่ด้วยความที่งานการธุรกิจรัดตัวเหลือเกิน เกศก็เลยทำส่งไม่ทัน deadline ในรอบแรก
แอบเศร้าไประยะนึงเลยนะ

จนกระทั่งวันหนึ่ง พี่ๆในบอร์ดเข้ามาประกาศอีกครั้งว่า เค้าเลื่อนกำหนดส่งให้แล้วนะ

เป็นวันนี้ !!!!

โอ๊ตตตส์ !!!

นี่แปลว่าเกศจะได้มีโอกาสเข้าไปมีส่วนร่วมแล้วสิ !!

ตั้งใจมั่นมากๆ

คราวนี้หละ เกศจะต้องทำส่งให้ได้

แต่ถึงกระนั้น เกศก็ยังไม่ว่างและไม่มีเวลาถ่ายรูปตัวเองเลยอยู่ดี
คิดรูปแบบอาร์ตเวิร์คนี่ยิ่งแล้วใหญ่ = =
ช่วงนี้สมองตื้อ เบลอ ตีบตันเหลือเกิน

แอบถอดใจไปตั้งแต่เมื่อต้นอาทิตย์แล้ว ว่าคงจะส่งไม่ทันแน่ๆ

แต่ในที่สุด เมื่อวาน เกศก็ฮึดขึ้นมาอีกรอบจนได้

วะฮะฮะฮ่าา !!

ทำไมเกศถึงเป็นคนโลเลหลายอารมณ์ได้ขนาดนี้นะ

อย่างน้อยๆ ก็ได้ค้นพบแล้วว่า เกศจะเป็นคนทำอะไรได้ดีต่อเมื่อเวลากระชั้นรัดตัวสุดๆ เท่านั้น
เข้าทำนองว่า ไฟไม่ลนก้นไม่กระดิกนั่นแหละ

มันน่าภูมิใจเหรอ?

สรุปสั้นๆก็คือ

หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจสอนเช้าครึ่งวัน เมื่อวานนี้

เกศก็เผ่นแน่บกลับบ้าน
ถึงบ้านได้ก็จัดการเปลี่ยนโฉมโซฟาห้องรับแขก ให้กลายเป็นสตูดิโอชั่วคราว

จากนั้นก็ตั้งกล้อง วางหมิ่นๆไว้บนเก้าอี้สูงที่หาได้แถวนั้น
ตั้งเวลาสิบวิ แล้ววิ่งมาเก๊กท่าถ่ายรูป

เห้ย !! เหนื่อยโคตร !!

การเล็งระยะมั่วๆ แล้วต้องวิ่งมาเก๊กท่าสวยให้ทันภายในสิบวิเนี่ย มันโคตรเทพเลยนะครับพี่น้อง !!

เพิ่งรู้ว่าการถ่ายรูปตัวเองด้วยตัวเองเนี่ย มันยากเหมือนกันนะ TT__TT

ใช้เวลาวิ่งไปวิ่งมา ระหว่างพื้นที่ว่างกับเก้าอี้ที่ใช้ตั้งกล้อง อยู่ราวๆชั่วโมงนึงได้

ในที่สุดก็ได้รูปที่พอจะใช้ได้บ้าง
ว่าแล้วเกศก็วิ่งขึ้นห้องไปเปิดคอมรีทัชรูปอยู่อีกชั่วโมงนึง

และมันก็ออกมาเป็น….

อย่างนี้….

art2-tattoo

ฉันเป็นนักออกแบบกราฟิกไทยค่ะ

I’m a Thai graphic designer.

วาดเป็นรอยสัก อ่านกันออกไหม?

ผลออกมาเป็นที่พอใจพอสมควรนะ

ลายสักนั่นวาดสดมาก ไม่มีการร่างหรือคิดล่วงหน้าใดๆทั้งสิ้น
เกศชอบงานสดๆ ดิบๆ แบบนี้ล่ะ  เพราะตั้งแต่เกิดมา ไม่เคยประสบความสำเร็จกับการร่างอะไรล่วงหน้าก่อนวาดเลยซักครั้งเดียว

ฟีดแบคก็โอเค

เพื่อนชอบ พ่อชอบ แม่ก็ชอบ

แค่นี้ก็พอใจละ

ตอนนี้ก็เหลือนั่งรอให้พี่ๆทีมงาน เอาไปยัดไว้บนหน้าเว็บอีกที

น่าจะราวๆพรุ่งนี้แหละนะ เห็นวันนี้ส่งอีเมล์คอนเฟิร์มมาให้กรอกเรียบร้อยแล้ว

วู้ว ตื่นเต้นๆๆ >___<